ต่ออายุแรงงานเวียดนาม1ปีเฉพาะแม่บ้าน-กรรมกร
ครม. เห็นชอบต่ออายุแรงงานสัญชาติเวียดนาม 1 ปี เฉพาะอาชีพแม่บ้านและกรรมกร พร้อมดันแผนจัดการขยะมูลฝอย (ขยะเก่า) 6 จังหวัด
ครม. เห็นชอบต่ออายุแรงงานสัญชาติเวียดนาม 1 ปี เฉพาะอาชีพแม่บ้านและกรรมกร พร้อมดันแผนจัดการขยะมูลฝอย (ขยะเก่า) 6 จังหวัด
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ครม. แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแหละหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยมีวาระสำคัญ อาทิ การจัดระเบียบแรงงานสัญชาติเวียดนาม โดยครม. มีมติเห็นชอบให้มีการจัดระบบแรงงานดังกล่าว โดยให้พิจารณาเฉพาะแรงงานที่มีพาสปอร์ตเข้าประเทศถูกต้องตามกฎหมาย ที่ระยะเวลาการทำงานภายในประเทศไทยใกล้จะสิ้นสุดลง สามารถขยายระยะเวลาดังกล่าวได้อีก 1 ปี
ทั้งนี้แรงงานสัญชาติเวียดนามและผู้ว่าจ้างจะต้องไปจดทะเบียนที่ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ( One Stop Service Center) ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจาก ครม. มีมติ (วันที่ 10 ก.พ.) โดยมีเงื่อนไขว่าอาชีพที่แรงงานสัญชาติเวียดนามจะขอขยายระยะเวลาการทำงานภายในประเทศอีก 1 ปี นั้น จะต้องเป็นอาชีพพนักงานรับใช้ในบ้านหรือกรรมกร เช่น กรรมการในงานก่อสร้าง ร้านอาหาร และประมง ฯลฯ เพื่อไม่ให้กระทบกับการจ้างงานแรงงานสัญชาติไทย
ครม.ยัง เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) จัดทำทะเบียนประวัติและการขออนุญาตขยายระยะเวลาการทำงานภายในประเทศ ขณะที่กระทรวงแรงงาน(รง.) จะต้องรับลงทะเบียนและกำกับดูแลแรงงานดังกล่าวให้เป็นไปตามมติของ ครม. ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีหน้าที่ในบังคับให้เกิดการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการจับกุมแรงงานข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย สำหรับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีหน้าที่ในการตรวจสุขและระบบประกันสุขภาพ
นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินการตามโรดแมป จัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่เสนอโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสาระสำคัญของแผนการฯ ดังกล่าว คือการจัดการขยะมูลฝอยตกค้างสะสม (ขยะเก่า) ในพื้นที่วิกฤต 6 จังหวัด ประกอบด้วย อยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครปฐม ปทุมธานี และสมุทรปราการ ด้วยวิธีการย้ายขยะไปกำจัดที่โรงปูนทีพีไอ การนำไปแปรรูปเป็นอาร์ดีเอฟ (RDF: Refuse Derived Fuel หรือ การแปลสภาพขยะให้เป็นเชื้อเพลิงอัดแท่งไร้กลิ่น) และการนำไปฝั่งกลบในบ่อของเอกชน ส่วนขยะที่เหลือจากการกำจัดด้วยวิธีการดังกล่าว จะมีขั้นตอนในการบริหารจัดการ 3 วิธี คือ 1. ฝั่งกลับชั่วคราว โดยกระบวนการที่ได้มาตรฐาน ไม่ก่อมลพิษหรือไฟไหม้บ่อขยะ ทั้งนี้จะต้องพร้อมจะนำกลับขึ้นมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง 2.ขนย้ายไปกำจัดอย่างถูกต้อง เช่น การฝั่งกลบถาวร และเผาในพื้นที่ที่กำจัด ฯลฯ และ 3. ร่วมกับเอกชนแปรรูปเป็นอาดีเอฟ อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวใช้งบกลาง ปี 57 รวม 427.22 ล้านบาท
ทั้งนี้ประธานในที่ประชุมได้กำชับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และ มท. ให้เร่งขับเคลื่อนโครงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง โดยกำชับให้ทั้ง 2 กระทรวง เร่งหารือกับประชาชนในการเสนอโครงการต่อ ครม. เพื่อจะได้อนุมัติงบประมาณในการป้องกันหรือบรรเทาภัยพิบัติที่เกิดขึ้น







