
พม่าฮือประท้วงไทยผุดเขื่อนกันตลิ่งแม่น้ำเมย
ปิดชายแดนไทย-พม่าที่ด่านพรมแดนแม่สอดคัดค้านสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเมยส่งผลทำให้รถบรรทุกสินค้าไม่สามารถสัญจรไป-มาได้
ปิดชายแดนไทย-พม่าที่ด่านพรมแดนแม่สอดคัดค้านสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเมยส่งผลทำให้รถบรรทุกสินค้าไม่สามารถสัญจรไป-มาได้
ทางการเมียวดี ประเทศพม่า ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลกลาง พม่าให้ทำการปิดชายแดนไทย-พม่า ที่ด่านพรมแดนแม่สอด บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ส่งผลทำให้มีรถบรรทุกสินค้าจำนวนมากทั้งรถบรรทุก 10 ล้อ -6 ล้อและ 4 ล้อ ที่ขนส่งสินค้าจากไทยไปพม่าต้องจอดรอตั้งแต่ช่วงเช้า (เวลา 08.00 น.) และยังมีรถบรรทุกสินค้าไทยที่ข้ามฝั่งไปพม่าในช่วงเช้าได้ตกค้างในฝั่งพม่าจำนวน 15 คัน ยังไม่สามารถเดินทางกลับได้จากผลที่พม่าปิดด่าน นอกจากนี้พม่ายังห้ามสินค้าทุกชนิด จากประเทศไทยเข้าประเทศ ส่งผลให้รถยนต์บรรทุกนานาชนิดที่ขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งไทย กับ ฝั่งพม่า ต้องหยุดชะงัก และจอดเรียงรายบริเวณเชิงสะพานมิตรภาพ ฯ ประมาณ 70-80 คัน
รายงานข่าวแจ้งว่ามาตรการดังกล่าวของฝ่ายพม่า ทำให้พ่อค้าไทย และพ่อค้าพม่า ต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไม่สามารถค้าขายได้ เช่นเดียวกับรถยนต์บรรทุกสินค้าจากกรุงเทพมหานครที่ไปส่งสินค้าอ.แม่สอด ต่างจอดเป็นแถวยาวตามเส้นทางสายแม่สอด – ริมเมย สำหรับฝ่ายไทย ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจงใดๆ เนื่องต้องรอดูสถานการณ์ก่อน ขณะที่การห้ามสินค้า และรถยนต์จากฝั่งไทยไม่ให้เข้าประเทศพม่านั้น ฝ่ายพม่ายังไม่แจ้งให้ฝ่ายทางการไทยทราบแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ พ.ท.จ่อจ่อ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 24 (.พัน ร.24)ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-พม่า ระดับท้องถิ่น TBC ฝ่ายพม่า ได้มีหนังสือลงวันที่ 14 มิ.ย.53 ถึง พ.อ.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 (ฉก.ร.4)แม่สอด ในฐานะประธาน TBC ฝ่ายไทย ผ่านหน่วยประสานงานชายแดนไทย – พม่า ประจำพื้นที่ 3 (นปพท.3) อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นหนังสือบันทึกช่วยจำเพื่อประท้วงไทยกรณีการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมฝั่งแม่น้ำเมย บ.ท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ว่าเมื่อ 12 มิ.ย.53 เวลา 16.00 น. และวันที่ 13 มิ.ย.53 เวลา 08.00 น.ได้มีรถแบ็คโฮล์ จำนวน 1 คัน รถบรรทุก 10 ล้อ จำนวน 2 คัน และคนงานประมาณ 15 คน ได้ทำการขุดดิน ถมดิน และก่อสร้างผนังกั้นดินริมฝั่งแม่น้ำเมยฝั่งไทย บริเวณพิกัด (MU 467453) และพิกัด (MU 468452) ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เส้นทางเดินของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง อาจทำให้เกิดปัญหาพรมแดนระหว่างประเทศได้ จึงขอให้ฝ่ายไทยระงับการกระทำดังกล่าว
อย่างไรก็ตามต่อมาเมื่อ 16 มิ.ย.53 เวลา 12.00 น. พ.อ.ประสาน แสงศิริรักษ์ เสธ ฉก.ร.4 ทำการแทน ผบ.ฉก.ร.4–ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อ พ.ท.จ่อจ่อ ว่าตามหนังสือ TBC ฝ่ายพม่า ที่แจ้งมานั้น TBC ฝ่ายไทยขอแจ้งให้ทราบว่าการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง บริเวณ บ.ท่าอาจ หมู่ 3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ของกรมโยธาธิการและผังเมืองของไทย ได้ดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง มีหนังสือทำความเข้าใจกับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหภาพเมียนมาร์ กรณีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเมื่อมีการก่อสร้างแล้วเสร็จจะไม่ส่งผลกระทบหรือทำให้เกิดปัญหาต่อเส้นเขตแดนแต่อย่างใด ตามเอกสารสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ที่ส่งมาด้วย
ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า โครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมแม่น้ำเมย เป็นของกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการมาเป็นระยะตั้งแต่ปี 2539 โดยเริ่มบริเวณที่ตลิ่งพังมากๆ ก่อน ที่ผ่านมาสร้างแล้วหลายจุด เมื่อปี 2550 กรมโยธาธิการและผังเมืองมีโครงการจะสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งที่ บริเวณ บ.ท่าอาจ และ บ.แม่โกนเกน ม.2 ต.มหาวัน อ.แม่สอด รวม 2 โครงการ โดยได้สำรวจและออกแบบไว้เรียบร้อย ต่อมาเมื่อ 23 ก.ค.52 กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ทำสัญญาจ้าง หจก.แม่สอดการโยธา มีนายชำนาญ ยนต์นิยม เป็นผู้จัดการ ตั้งอยู่เลขที่ 8/3-4 ถนนสายเอเชีย อ.แม่สอด เป็นผู้ดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมแม่น้ำเมยที่ บ.ท่าอาจ ตั้งแต่บริเวณพิกัด MU 466455 – MU 461454 ความยาว 600 เมตร ใช้งบประมาณจำนวน 13,894,000 บาท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 24 ก.ค.52 และกำหนดแล้วเสร็จใน 15 มี.ค.54 แต่มีปัญหาจึงล่าช้ามาถึงปัจจุบัน ส่วนโครงการที่ บ.แม่โกนเกน ได้แล้วเสร็จตั้งแต่ 19 พ.ค.53







