
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเงินเฟ้อติดลบ
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
ข่าวเงินเฟ้อติดลบช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความกังวลว่า เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ยุคเงินฝืด เป็นผลจากการที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ม.ค. 2558 ติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีเศษ คือติดลบร้อยละ -0.59 เทียบกับเดือน ธ.ค. และติดลบร้อยละ -0.41 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2557 อันที่จริงเงินเฟ้อของประเทศออกอาการเตาะแตะขยายตัวร้อยละ 1.2-1.4 มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว
คำถามคือเงินเฟ้อที่ติดลบสะท้อนสภาวะเศรษฐกิจไทยว่า ถดถอยจนถึงขั้นมีการชะลอตัวของการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับอุปโภคและบริโภคจนกระทบระดับราคาสินค้าให้ลดลงถึงขั้นว่าอาจเกิดสภาวะเงินฝืดหรือไม่
เงินเฟ้อ (Inflation) เป็นดัชนีตัวเลขที่ใช้ในการประเมินวัดเปรียบเทียบระดับราคาสินค้าและบริการ ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ปัจจุบันประเทศไทยได้อ้างอิงเฉพาะดัชนีเงินเฟ้อทั่วไปเป็นหลักเกณฑ์ในการประเมินการเปลี่ยนแปลงระดับราคาสินค้า ในสภาวะเศรษฐกิจปกติเงินเฟ้อควรมีการขยายตัวในอัตราร้อยละ 2.5-3.0 ซึ่งอยู่ในระดับที่ทำกำไร เป็นการกระตุ้นให้มีการขยายการผลิตและเพิ่มการจ้างงาน แต่หากเงินเฟ้อขยายตัวต่ำหรือติดลบแสดงให้เห็นว่า กำลังเกิดปัญหาเศรษฐกิจ ส่งผลให้สินค้าล้นตลาดแข่งขันกันลดราคา
คำถามว่า กรณีของไทยเงินเฟ้อติดลบเกิดจากสถานการณ์ดังกล่าวหรือไม่ ผมว่าส่วนหนึ่งใช่และส่วนหนึ่งไม่ใช่ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากการส่งออกติดลบ 2 ปีติดต่อกัน การลงทุนภาคอุตสาหกรรมชะลอตัว สินค้าเกษตรหลักทั้งข้าว ยาง ราคาตกต่ำอย่างรุนแรงต่อเนื่องมา 2-3 ปี ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนขาดเงินจับจ่ายใช้สอย สะท้อนจากปี 2557 ที่การบริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขค้าปลีกทั้งระบบขยายตัวร้อยละ 3.25 ต่ำสุดในรอบ 10 ปี ดัชนีการบริโภคเอกชนปีที่แล้วขยายตัวเพียงร้อยละ 0.8 จนการเก็บภาษีของกรมสรรพากรในช่วง ต.ค.-ธ.ค.ที่ผ่านมาติดลบถึงร้อยละ -28
อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อเดือน ม.ค.ติดลบไม่ได้เกิดเฉพาะจากปัจจัยด้านการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นที่จะก่อให้เกิดสภาวะเงินฝืด แต่เกิดจากระดับราคาน้ำมันโลกแข่งกันลงราคา โดยราคาน้ำมันโลกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ลดลงถึงร้อยละ 55.4 เฉพาะ 1 เดือนที่ผ่านมาลดลงถึงร้อยละ 17 และการที่เงินบาทที่แข็งค่าทำให้มูลค่านำเข้าต่ำลงส่งผลต่อราคาน้ำมันขายปลีก
ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์เงินเฟ้อที่ติดลบจะยาวนานแค่ไหน กระทรวงพาณิชย์ไทยคาดว่าไตรมาสแรกปีนี้เงินเฟ้อคงขยายตัวเท่ากับศูนย์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า โอกาสที่เงินเฟ้อติดลบจะไปถึงไตรมาส 2 ซึ่งตามทฤษฎีเท่ากับเกิดสภาวะเงินฝืด แต่ยังคงห่างไกลกับสภาวะเงินฝืดที่เกิดขึ้นในยุโรป มีการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกอาจไม่ฟื้นตัวได้เร็วอย่างที่รัฐบาลคิด เพราะกำลังการผลิตยังเท่าเดิม ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำยังเป็นปัญหาที่ต้องแก้ ทำให้กำลังซื้อไม่กลับมา เป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อติดลบ
ผมเห็นว่าที่ควรระวังหลังไตรมาสแรก จะมีแรงงานจำนวนมากเข้าสู่ระบบ รัฐบาลต้องเตรียมการแก้ปัญหาไว้
และปัญหาเฉพาะหน้าที่อยากฝากไปยังรัฐบาลคือ ขอให้แก้ปัญหาด้านการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายซึ่งรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้งบถึง 1.43 แสนล้านบาท ขอให้รีบขับเคลื่อนให้เม็ดเงินลงสู่รากหญ้า หากช้าๆ งานนี้ไม่ได้พร้าเล่มงามแน่นอนครับ







