
จับตากองน้ำมันดีดระยะสั้น
กองทุนน้ำมันดี๊ด๊าราคาขยับ บล.ฟิลลิป รอลุย “ทิสโก้” ออกทริกเกอร์ดักกำไร 8%
กองทุนน้ำมันดี๊ด๊าราคาขยับ บล.ฟิลลิป รอลุย “ทิสโก้” ออกทริกเกอร์ดักกำไร 8%
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำให้นักลงทุนจับตาดูการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน เนื่องจากมีโอกาสลงทุนได้หากราคาน้ำมันมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นที่ชัดเจน
“ราคาน้ำมันยังปรับตัวผันผวนแต่อิงไปทางขึ้น เนื่องจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ เช่น บีพีและเชฟรอนปรับลดงบประมาณการลงทุน และอาจจะชะลอการผลิตลง แต่คงต้องติดตามต่อเนื่องว่าจะมีการชะลอการลงทุนอื่นๆ ลงด้วยหรือไม่ได้” นายสานุพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายสานุพงศ์ ยังแนะนำให้ติดตามการประท้วงของสหภาพแรงงานโรงกลั่นในสหรัฐ เพราะการหยุดงานของพนักงานทำให้มีการกลั่นน้ำมันน้อยกว่าปกติ ทำให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวในทางบวกมากขึ้น แต่คงเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันในตลาดโลก (WTI) กลับมาอยู่ที่เหนือ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลอีกครั้ง เนื่องจากชะลอการผลิตน้ำมันดิบของบ่อขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐส่งผลให้ภาวะอุปทานส่วนเกินเริ่มลดลง
นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นดีขึ้นอย่างชัดเจน นำโดยการประกาศนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของจีน โดยธนาคารกลางจีน (PboC) ปรับลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.5% สำหรับทุกธนาคารและลดเพิ่มอีก 0.5% สำหรับธนาคารในชนบท ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เพิ่มขึ้นในระบบธนาคารพาณิชย์
ขณะที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐรายสัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 31 ม.ค. 2558 เพิ่มขึ้นมาที่ 2.78 แสนราย
“จากปัจจัยบวกเหล่านี้ ทิสโก้จึงมีมุมมองว่าราคาน้ำมันจะมีเสถียรภาพและปรับตัวดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2558 โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 67-72 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากความต้องการน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก” นายสาห์รัช กล่าว
นายสาห์รัช กล่าวอีกว่า “เพื่อเป็นการจับจังหวะลงทุนเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี และรองรับความต้องการของนักลงทุนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง วันที่ 10-12 ก.พ.นี้ จึงเปิดขายกองทุนทิสโก้ ออยล์ ทริกเกอร์ 8% #3 โดยมีเป้าหมายเลิกโครงการที่ 8% ภายในระยะเวลา 8 เดือน โดยมั่นใจว่ากองทุนนี้จะได้รับเสียงตอบรับที่ดี”
กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนน้ำมัน United States Oil Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่มีวัตถุประสงค์ในการลงทุน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสอดคล้องกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาสัญญาฟิวเจอร์ที่อ้างอิงกับน้ำมันดิบคุณภาพดี (WTI Light Sweet Crude Oil) ในตลาดไนเม็กซ์ (NYMEX) ในสหรัฐ โดยมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 90% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ
ทั้งนี้ จากข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2558 จะพบว่ากองทุนน้ำมันมีผลดำเนินงานระยะสั้นที่ดีขึ้น โดยเฉพาะผลตอบแทนย้อนหลัง 1 สัปดาห์ กองทุนมีผลตอบแทนระหว่าง 13-15% หลังจากที่ผลดำเนินงานติดลบในปี 2557 โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน ติดลบไป 47-49%
กองทุนน้ำมันในไทยเน้นลงทุนกองทุน PowerShares DB Oil Fund ซึ่งบริหารและจัดการโดย DB Commodity Services LLC ซึ่งมีนโยบายลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สของน้ำมันดิบ (WTI)







