posttoday
กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

10 กุมภาพันธ์ 2558

ปี 2558 นี้เป็นปีของการเริ่มต้นเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC กันอย่างเป็นรูปธรรม

โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย

เผลอแวบเดียวนี่ก็ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนที่ 2 กันแล้วนะครับ เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่า ปี 2558 นี้เป็นปีของการเริ่มต้นเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC กันอย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นที่องค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ พยายามหยิบยกมาพูดกันในเวทีระดับนานาชาติคงหนีไม่พ้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของภาคประชาชน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นประเด็นที่รัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัยให้ความใส่ใจและมอบหมายให้ทุกภาคส่วนช่วยกันหาแนวทางเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติได้อย่างแท้จริง

ผมขอพาท่านย้อนเวลากลับไปในปี 2544 ปีที่ “โครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง” ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ผ่านการสนับสนุนเงินกู้กว่า 8 หมื่นล้านบาท จากธนาคารออมสินเพื่อจัดสรรให้แต่ละหมู่บ้าน/ชุมชน แห่งละ 1 ล้านบาท ในอันที่จะนำมาพัฒนาและแก้ปัญหาความยากจนของชุมชนตั้งแต่ระดับรากฐาน นับเป็นโครงการแรกๆ ของไทยที่ใช้มิติทางการเงินเข้ามาเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันประเทศไทยมีกองทุนหมู่บ้านที่ขึ้นทะเบียนแล้วทั่วประเทศ 79,247 แห่ง แบ่งเป็นกองทุนที่ธนาคารออมสินดูแล 62,756 กองทุน และกองทุนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดูแลอีก 16,491 กองทุน

หลังจากโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้รับการตอบรับอย่างดีจากหลากหลายชุมชนทั่วประเทศ ธนาคารออมสินจึงทุ่มเทความพยายามอีกขั้นในการยกระดับการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชนเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองในด้านการประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวพระราชดำริ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เริ่มจากการส่งเสริมการออม การสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น และการให้สินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ นับรวมแล้วถึงปัจจุบันมีกองทุนที่ได้พัฒนาเป็นสถาบันการเงินชุมชนครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 30,842 แห่ง ในจำนวนนี้กว่า 5,000 แห่ง เป็นสถาบันการเงินชุมชนที่มีความเข้มแข็ง สามารถเป็นตัวกลางในการทำธุรกรรมทางการเงินและตอบสนองต่อความต้องการใช้บริการทางการเงินของประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างครบวงจร ทั้งธุรกรรมฝาก-ถอน ให้สินเชื่อ และการจัดระบบสวัสดิการภายในชุมชน รวมถึงบริการด้านการเงินอื่นๆ ที่มีความจำเป็น ตลอดจนสามารถดำเนินกิจกรรมด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในระดับฐานรากอย่างสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง บทบาทของสถาบันการเงินชุมชนในทุกวันนี้ จึงเป็นเสมือนประตูทางเศรษฐกิจเพื่อประชาชนฐานรากอย่างแท้จริง

จนทุกวันนี้ ธนาคารออมสินยังคงทำหน้าที่ให้การสนับสนุนส่งเสริมสถาบันการเงินที่ยังไม่เข้มแข็งพอให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน และมีแผนงานอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาศักยภาพของกองทุนที่ยังเหลืออยู่เพื่อมุ่งสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชนที่เข้มแข็งต่อไป ผ่านการสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการทำงาน การพัฒนาระบบบัญชีการเงินให้กับสถาบันการจัดฝึกอบรม-สัมมนา เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาขีดความสามารถให้กับเจ้าหน้าที่ของสถาบัน รวมไปถึงการทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อแก้ไขปัญหา ส่งเสริมการแลกเปลี่ยน-เรียนรู้-ศึกษาดูงานระหว่างสาขาของธนาคารและสถาบัน หรือระหว่างสถาบันด้วยกันเอง

ที่สำคัญ คือ การสนับสนุนด้านสินเชื่ออย่างต่อเนื่องแก่สถาบันการเงินชุมชนเพื่อขยายขอบเขตการให้บริการไปสู่คนที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในสังคม และนี่คืออีกหนึ่งในพลังแห่งการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาระบบการจัดการเศรษฐกิจชุมชน เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาเงินนอกระบบ อันเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบได้อีกทางหนึ่ง แล้วเราค่อยๆ ทำความรู้จักกับกระปุกสีชมพู (ธนาคารออมสิน) ใบนี้ให้มากขึ้นนะครับ ยังมีอะไรดีๆ รอให้ท่านอีกเยอะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท