posttoday
จีนปราบโกงกดส่งออกอัญมณี

จีนปราบโกงกดส่งออกอัญมณี

09 กุมภาพันธ์ 2558

อัญมณีและเครื่องประดับปีนี้อาการหนัก เจอปราบทุจริตของจีนทุบกำลังซื้อร่วง

อัญมณีและเครื่องประดับปีนี้อาการหนัก เจอปราบทุจริตของจีนทุบกำลังซื้อร่วง

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงทองคำของไทยในปีนี้ มีแนวโน้มชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีมูลค่าการส่งออกรวม 3.23 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่กระทบต่อการส่งออกในอุตสาหกรรมนี้มีหลายด้าน ทั้งนโยบายและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่หดตัวลงอย่างมาก ความผันผวนของค่าเงิน และราคาน้ำมันในโลกลดลง

สำหรับเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าของไทยที่ชะลอตัวลงจนมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ประกอบด้วย สหภาพยุโรปที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอย ประเทศญี่ปุ่นเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในภาวะเงินฝืด โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวแค่ 0.6%

ขณะที่รัสเซีย ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ที่สำคัญของไทยในกลุ่มเครื่องประดับเงิน แต่ปัจจุบันพบว่าลูกค้าชาวรัสเซียจำนวนมากได้ชะลอการส่งออกสินค้าและการสั่งซื้อสินค้ารอบใหม่ในปีนี้ ทำให้ยอดการสั่งซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในช่วงต้นปีลดลงมาแล้ว 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทางด้านประเทศจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ก็มีทิศทางขาลง โดยไอเอ็มเอฟประเมินว่าเศรษฐกิจของจีนจะขยายตัว 6.8%

นอกจากนี้ ประเทศจีนมีนโยบายปราบทุจริตอย่างเข้มข้น จึงกระทบต่อการบริโภคสินค้าหรู อัญมณีและเครื่องประดับ เห็นได้ชัดจากการที่รัฐบาลประเทศจีนออกมาตรการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นมาตั้งแต่ปี 2556 ส่งผลให้ยอดซื้อสินค้าหรูหรา อัญมณี เครื่องประดับลดลง เพราะก่อนหน้านี้ชาวจีนนิยมมอบของขวัญให้แก่หุ้นส่วนทางธุรกิจและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน

“ขณะนี้รัฐบาลจีนได้เพิ่มมาตรการเพ่งเล็งใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยของนักธุรกิจ นโยบายนี้จึงกระทบต่อการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยรวมถึงพลอยสี ดังนั้น มีเพียงประเทศสหรัฐที่เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง และไอเอ็มเอฟประเมินเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวได้ 3.6%” รายงานจากสถาบันระบุ

ขณะเดียวกัน ปัจจัยลบจากค่าเงินสกุลสำคัญของโลกผันผวนนั้นกระทบมายังค่าเงินบาทของไทย ที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะเงินบาทของไทยแข็งค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเงินเยน จึงมีโอกาสที่สินค้าส่งออกหลักไปในประเทศยุโรปและญี่ปุ่นที่เป็นตลาดหลักมีราคาแพงขึ้น จึงเกิดปัญหาการถูกต่อรองราคาจากผู้นำเข้าหรือผู้ซื้อมากขึ้น หรืออาจส่งผลให้ผู้นำเข้าชะลอคำสั่งซื้อหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ

“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเอกชนต้องประเมินสถานการณ์ และเตรียมแผนรับมือ ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก พัฒนาสินค้าให้หลากหลาย สร้างความโดดเด่น ให้ความสำคัญกับการสร้างตราสินค้า และใช้ช่องทางดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งมาทำการตลาดให้มากขึ้น” สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีฯ ระบุ

นายจุมพล เด่นเมฆา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวว่า ปีนี้มีหลายปัจจัยกระทบต่อการส่งออกอัญมณีและเครื่อง ประดับ จึงอยากแนะนำให้ผู้ประกอบการหาตลาดส่งออกใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น โปแลนด์ ที่เป็นตลาดใหม่และกำลังซื้อในประเทศขยายตัวดี และต้องหาทางรักษารัสเซียที่เป็นตลาดใหญ่ไว้ให้ได้

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า