posttoday
บิวตี้รุกออนไลน์ดันแบรนด์ไปนอก

บิวตี้รุกออนไลน์ดันแบรนด์ไปนอก

09 กุมภาพันธ์ 2558

หลังจากขยายธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เพื่อความงามจนมีร้านค้า 4 รูปแบบ ได้แก่ บิวตี้ บุฟเฟต์ บิวตี้ คอทเทจ เมด อิน เนเจอร์ และบิวตี้ มาร์เก็ต ถึงวันนี้ บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ พร้อมแล้วที่จะรุกขยายช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์อย่างจริงจัง

หลังจากขยายธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เพื่อความงามจนมีร้านค้า 4 รูปแบบ ได้แก่ บิวตี้ บุฟเฟต์ บิวตี้ คอทเทจ เมด อิน เนเจอร์ และบิวตี้ มาร์เก็ต ถึงวันนี้ บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ พร้อมแล้วที่จะรุกขยายช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์อย่างจริงจัง

นพ.สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทจะรุกขยายธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์อย่างจริงจัง โดยมีทั้งรูปแบบการขยายผ่านเว็บไซต์อื่น อาทิ ลาซาด้า ซาโลร่า เอ็นโซโก้ เป็นต้น โดยเบื้องต้นมีพันธมิตรแล้วประมาณ 10 ราย และอีกรูปแบบคือการขายผ่านเว็บไซต์ของบริษัทเอง

“ปีนี้เราจะเริ่มจากการใช้ช่องทางเว็บไซต์ของคนอื่นก่อนเพื่อหาประสบการณ์และเรียนรู้ จากนั้นจะวัดผลเพื่อให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาช่องทางของเราเองต่อไป”

นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคจากการที่เว็บไซต์ของบริษัทยังไม่สามารถทำธุรกรรมอีคอมเมิร์ซได้เต็มรูปแบบ ซึ่งนับจากนี้จะมุ่งพัฒนาจากเดิมที่เป็นเพียงการทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือพีซี มาสู่เอฟคอมเมิร์ซหรือการทำธุรกรรมซื้อขายผ่านเฟซบุ๊กต่อไป

ทั้งนี้ รูปแบบจะเป็นการพัฒนาเพจบนเฟซบุ๊กให้สามารถดูได้ในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นพีซี แท็บเล็ต มือถือ หรือดีไวซ์อื่นๆ ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมากขึ้น และลูกค้าสามารถเชื่อมต่อจากเฟซบุ๊กมายังหน้าเว็บไซต์ของบริษัทได้อีกด้วย โดยบริษัทได้ตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อดูแลธุรกิจอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ

“ขณะนี้เราอยู่ระหว่างการปรับปรุงเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานไม่เกินไตรมาส 2 ของปีนี้ จากนั้นบริษัทจะเริ่มประชาสัมพันธ์ช่องทางออนไลน์ผ่านเสิร์ชเอนจิ้นต่างๆ เช่น กูเกิล เพื่อช่วยดึงทราฟฟิกให้เข้ามามากขึ้น”

เป้าหมายสำคัญของการทำตลาดออนไลน์ คือ การต่อยอดสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ จากปัจจุบันที่บริษัทเข้าไปเปิดร้านค้าในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม โดยมีแล้ว 16 สาขาในประเทศดังกล่าวในรูปแบบแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย

นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าจากประเทศอื่นๆ อาทิ ตะวันออกกลาง อินโดนีเซีย ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย สนใจเข้ามาสอบถามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นโอกาสของบริษัทในการสร้างแบรนด์และช่องทางค้าขายผ่านออนไลน์มากขึ้น ซึ่งหลังจากรุกตลาดออนไลน์จริงจัง คาดว่าจะสร้างสัดส่วนยอดขายได้ 5% จากรายได้ทั้งหมด

ปัจจุบันร้านค้าในช่องทางออฟไลน์หรือร้านค้าปลีกของบิวตี้คอมมูนิตี้ แบ่งเป็น บิวตี้ บุฟเฟต์ 199 สาขา ปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 30 สาขา บิวตี้ คอทเทจ 61 สาขา จะเพิ่มอีก 15 สาขา และบิวตี้ มาร์เก็ต 10 สาขา จะเพิ่มอีก 10 สาขา รวมทั้งตั้งเป้าจะเพิ่มสาขาในต่างประเทศอีก 12-15 สาขา จากเป้าหมายยอดขาย 1,700 ล้านบาทปีนี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ