
องค์กรอิสระเพื่อ การคุ้มครองผู้บริโภค
ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ณ เวลานี้ มีกฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งน่าสนใจและถือเป็นกฎหมายของผู้บริโภค
ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ณ เวลานี้ มีกฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งน่าสนใจและถือเป็นกฎหมายของผู้บริโภคโดยตรงอย่าง “พ.ร.บ.องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” ซึ่งกำลังพิจารณากันอย่างเข้มข้น ว่าควรประกาศใช้หรือไม่ หากมีแล้วจะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด และจะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่เดิมหรือไม่อย่างไร การพิจารณา “พ.ร.บ.องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทุกคนต้องให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับคำถามที่ว่า “พ.ร.บ.องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” มีความจำเป็นต่อผู้บริโภคไทยมากน้อยแค่ไหนนั้น ถ้ามองสภาพสังคมไทยจะเห็นได้ชัดเจนว่า ยังมีปัญหาเรื่องความไม่เป็นธรรมและการเอาเปรียบที่เป็นปัญหากับผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าขึ้นราคา สินค้าไม่มีคุณภาพ ถูกหลอกลวงให้ซื้อสินค้าโดยเฉพาะพวกสินค้าสุขภาพที่โฆษณาขายแพร่หลาย และมักจะกลายเป็นข่าวถูกจับเรื่องการไม่ขออนุญาตหรือใส่สารเคมีอันตรายให้เห็นแทบทุกวัน ฯลฯ
ทั้งนี้ ยังไม่นับปัญหาผู้บริโภคที่ซับซ้อนจนต้องใช้ขั้นตอนทางศาลมาเป็นตัวแก้ไข เช่น ปัญหาการทำสัญญาซื้อขายที่ไม่เป็นธรรม ซื้อบ้านไม่ได้บ้าน ซื้อรถไม่ได้รถ หรือการเรียกร้องค่าชดเชยเยียวยาจากกรณีที่ผู้บริโภคถูกทำให้ต้องเสียทรัพย์ ได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรือจิตใจจากการใช้บริการต่างๆ เช่น บริการทางการแพทย์ บริการจากรถโดยสารสาธารณะ ฯลฯ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่การแก้ไขที่เป็นรูปธรรมยังแทบไม่มีให้เห็นในบ้านเราการมีกฎหมาย “องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” จึงเป็นเหมือนเครื่องมือให้กับผู้บริโภคทุกคนสำหรับจัดการกับปัญหาต่างๆ ของผู้บริโภค ที่สำคัญคือจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่จะคอยตรวจสอบและพัฒนาเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค การรักษาสิทธิของผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ ที่พัฒนาแล้ว
หากจะยกตัวอย่างถึงการทำงานขององค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม เช่น กรณีการปรับขึ้นราคาสินค้าหรือบริการต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมส่วนรวม เช่น ค่าทางด่วน ค่ารถเมล์ หรือเดินทางรถสาธารณะต่างๆ หากเป็นแบบปัจจุบัน แม้ผู้บริโภคจะรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม แต่ไม่สามารถส่งเสียงหรือแสดงความเห็นให้ภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟัง
แต่หากมีองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ก็จะทำหน้าที่แทนผู้บริโภคเพื่อเสนอโต้แย้ง สอบถาม และขอคำชี้แจงที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเห็นว่าการขึ้นราคาดังกล่าวไม่เหมาะสม องค์กรอิสระฯ ก็สามารถขอให้ยกเลิกการปรับขึ้นราคาได้
นอกจากนี้ ยังจะทำหน้าที่เผยแพร่ของมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค สร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการต่างๆ พร้อมเปิดเผยชื่อสินค้าหรือบริการ ทันทีที่มีการตรวจสอบชัดเจนแล้วว่าด้อยคุณภาพหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค







