
ดาหน้าอัดเงินช่วยภัยแล้งเต็มเหยียด
เกษตรออกแรงเข็นโครงการตำบลละ 1 ล้าน หลังขั้นตอนทำอืดเป็นเรือเกลือ เร่งออกมาตรการสร้างอาชีพหน้าแล้ง
เกษตรออกแรงเข็นโครงการตำบลละ 1 ล้าน หลังขั้นตอนทำอืดเป็นเรือเกลือ เร่งออกมาตรการสร้างอาชีพหน้าแล้ง
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการสร้างรายได้และพัฒนาเกษตรกร ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติการจ่ายเงินตำบลละ 1 ล้านบาท ในพื้นที่เป้าหมาย 3,051 ตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่ภัยแล้งซ้ำซากครอบคลุมเกษตรกรกว่า 3 ล้านราย รวมถึงแนวทางดำเนินงานรับเบิกจ่ายเงินอุดหนุนและคู่มือดำเนินการ ซึ่งวันที่ 9 ก.พ. 2558 จะมีการประชุมหน่วยงานเกษตรตำบล เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวและจะเริ่มขับเคลื่อนได้ภายในเดือน ก.พ.นี้ สิ้นสุดภายในเดือน มิ.ย. 2558
นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า องค์กรเกษตรกรสามารถทำแผนเตรียมเสนอโครงการแก่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล (ศบกต.) ได้ตั้งแต่เดือน ก.พ.จนถึงสิ้นเดือน พ.ค. 2558 และการพิจารณาจะเป็นระบบอนุมัติวงเงินให้ตามลำดับการเสนอโครงการเข้ามา โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์จะเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำในการจัดทำเอกสารให้กับเกษตรกร
นายโอฬาร กล่าวว่า การพิจารณาอนุมัติเงินจะต้องนำเสนอกลั่นกรองเป็นลำดับขั้นจาก ศบกต. สู่คณะกรรมการระดับอำเภอ คณะกรรมการระดับจังหวัด และสู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะพิจารณาวงเงินที่เสนอและความเป็นไปได้ของวิธีดำเนินการโครงการจะใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ในการพิจารณาทุกขั้นตอนขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแผนงาน ข้อกำหนดสำคัญคือต้องมีการจ้างแรงงานคิดเป็นขั้นต่ำ 30% ของวงเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงในหน้าแล้งนี้
“กระทรวงเกษตรฯ มีแผนชัดว่าจะผลักดันให้เกิน 50% ถ้าหากทำได้อยู่ระหว่าง 30-50% จะต้องมีการชี้แจงว่า ทำไมจึงไม่ถึงเป้าหมาย 50% เราเว้นช่องว่างให้อย่างนี้ เพราะบางพื้นที่อาจมีแรงงานขาดแคลน เพราะประชากรส่วนใหญ่เป็นคนชราและเด็ก” นายโอฬาร กล่าว
ขณะที่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงกว่าปีที่ผ่านๆ มา จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือ
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศในปีนี้ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเลวร้ายที่สุดในรอบ 15 ปี เนื่องจากปีที่ผ่านมาปริมาณฝนตกน้อย ฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ กรมชลประทานได้ขอความร่วมมือลดการปลูกพืชฤดูแล้งลง โดยเฉพาะข้าวนาปรัง ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวนาปรับลดลงจากปีที่แล้ว 12 ล้านไร่ เหลือ 6.51 ล้านไร่
อย่างไรก็ดี ขณะนี้หลายหน่วยงานกำลังเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี 2557/2558 โดยการจ้างแรงงาน 32,562 คน คิดเป็น 74% การส่งเสริมอาชีพโดยสนับสนุนพันธุ์สัตว์ พันธุ์ปลา เมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่ว เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด ฝึกอบรมอาชีพภาคเกษตรและนอกภาคเกษตรให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ก.พ. 2558
นอกจากนี้ มีโครงการสนับสนุนเงินทุนให้สหกรณ์กู้ยืมให้แก่สมาชิกที่ประสบภัยแล้ง เพื่อใช้ลงทุนพัฒนาอาชีพที่ได้ผลตอบแทนระยะสั้น โดยไม่คิดดอกเบี้ย 65 ล้านบาท
นายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นใช้งบประมาณเหลื่อมปี 2557 และ 2558 รวม 7,280 ล้านบาท ในการขุดบ่อบาดาล รวมถึงซ่อมบำรุงบ่อบาดาลและทำแก้มลิง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะใช้งบราว 1,400 ล้านบาท ในการขุดลอกคูคลอง
ทั้งนี้ ในปี 2558 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งไปแล้ว 8 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยภูมิ สกลนคร บุรีรัมย์ ลพบุรี มหาสารคาม สุโขทัย นครราชสีมา และนครสวรรค์ รวม 30 อำเภอ 200 ตำบล 2,091 หมู่บ้าน และมีหมู่บ้านที่ประสบภัยแล้งเป็นประจำอีก 3.7 หมื่นหมู่บ้าน







