
โค้งสุดท้ายยัง‘ไม่พร้อม’ เสรีอาเซียนไกลความจริง
แม้วันที่ 31 ธ.ค. 2558 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการ ทว่าความพร้อมด้านต่างๆ ของแต่ละประเทศเพื่อให้สามารถทำตามข้อตกลงภายใต้แผนงานการจัดตั้งเออีซี หรือเออีซี wบลูพรินต์ ได้นั้น ยังดู “ไกลเกินเอื้อม”
แม้วันที่ 31 ธ.ค. 2558 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการ ทว่าความพร้อมด้านต่างๆ ของแต่ละประเทศเพื่อให้สามารถทำตามข้อตกลงภายใต้แผนงานการจัดตั้งเออีซี หรือเออีซี
wบลูพรินต์ ได้นั้น ยังดู “ไกลเกินเอื้อม”
ยิ่งเมื่อดูดัชนีความเสรีทางเศรษฐกิจ 2558 จัดทำโดยมูลนิธิเดอะ เฮอริเทจ และวอลสตรีท เจอร์นัล ยิ่งเห็นได้ชัดว่าระดับความพร้อมและความเสรีด้านต่างๆ ของอาเซียนนั้นแตกต่างกันมาก มีตั้งแต่ประเทศที่อยู่อันดับ 2 ของโลกจากการจัดอันดับ 178 ประเทศอย่างสิงคโปร์ ไปจนประเทศที่อยู่อันดับ 161 ของโลกอย่างพม่า
หากเทียบกับคะแนนเฉลี่ยทั่วโลกที่ 60.4 คะแนน ปัจจุบันอาเซียนยังมีประเทศที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึง 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม ลาว และพม่า ซึ่งการสำรวจดังกล่าวจัดไว้ในกลุ่มประเทศ“ส่วนใหญ่ไม่เสรี” ขณะเดียวกัน มีอีก 2 ประเทศที่คะแนนเกินค่าเฉลี่ยมาเพียงเล็กน้อยคือ ไทยและฟิลิปปินส์ กล่าวคือ 7 ใน 10 ประเทศ ยังอยู่ในภาวะไม่เสรีเท่าใดนัก
เมื่อเจาะลึกเป็นรายด้าน โดยเลือกด้านที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเสรี 5 ด้าน ได้แก่ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานฝีมือ เริ่มต้นจากด้านสินค้าถือเป็นด้านที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะทุกประเทศล้วนผ่านเกณฑ์ครึ่งหนึ่งหรือ 50 คะแนน
สำหรับด้านแรงงานถือเป็นอีกด้านหนึ่งที่พอใช้ได้ เพราะแต่ละประเทศก็ได้คะแนนผ่านครึ่งเช่นกัน มีเพียงอินโดนีเซียที่ได้ 48.7 คะแนน หรือต่ำกว่าครึ่งเพียงประเทศเดียว
แต่เมื่อมาดูความเสรีด้านการลงทุน ซึ่งเป็นด้านที่หลายฝ่ายคาดหวัง กลับพบว่ามีถึง 5 ประเทศที่ได้คะแนนต่ำกว่าครึ่ง ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว และพม่า โดยเวียดนามและพม่าได้เพียง 15 คะแนน จาก 100 คะแนนเท่านั้น
อย่างไรก็ดี ความเสรีด้านการลงทุนยังไม่เลวร้ายเท่าสิทธิในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ มีเพียงสิงคโปร์และมาเลเซีย 2 ประเทศเท่านั้น ที่ได้คะแนนผ่านครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีก 8 ประเทศล้วน “สอบตก”สะท้อนว่าต่อให้เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ก็ใช่ว่าจะลงทุนได้ง่าย เพราะขาดโอกาสถือครองอสังหาริมทรัพย์
ไม่เพียงแต่หลายประเทศจะไม่พร้อมเปิดเสรีเอื้อประโยชน์ให้นักลงทุนและประชาชนเท่านั้น แม้แต่ตัวประเทศเองก็มีแนวโน้มจะไม่ได้รับประโยชน์จากการเปิดประชาคมด้วย
สำนักข่าวอิรวดีของพม่า รายงานความเห็นของนักวิเคราะห์ในพม่าหลายราย ซึ่งเห็นตรงกันว่าต่อให้เปิดเสรีระหว่างประเทศ ขจัดอุปสรรคในการเชื่อมโยงระหว่างกันไปได้ แต่ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ เช่น พม่าก็ยังมีอุปสรรคเรื่องความอ่อนแอด้านโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาการทุจริต ตลอดจนการมีเพียงแรงงานขาดทักษะ ย่อมกร่อนทำลายบรรยากาศการลงทุนในประเทศอยู่ดี
นักวิเคราะห์บางรายย้ำด้วยว่า นอกจากปัญหาเชิงกายภาพแล้ว ปัญหาอื่นๆ เช่น เสถียรภาพทางการเมืองก็ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของการรวมตัว โดยเฉพาะในไทยและพม่า เนื่องจากข้อจำกัดของการเมืองภายในบางประการ อาจทำให้การผ่อนคลายไปสู่ความเสรีไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
เรื่องดังกล่าวสะท้อนภาพเด่นชัดขึ้นไปอีก เมื่อ มุสตาปา โมฮัมเหม็ด รมว.การค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซีย ที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลายสำนักภายหลังการประชุม World Economic Forum 2015 ปลายเดือนที่ผ่านมา ว่า หลังสิ้นปี 2558 การค้าและการบริการในภูมิภาคจะเสรีมากขึ้น แต่ไม่ใช่เสรีเลย ภาพความก้าวหน้าอย่างเด่นชัดของเออีซีคงจะเห็นได้ราวปี 2563 ที่จะยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีและการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี
“ข้อเท็จจริงคือยังมีปัญหาภายในภูมิภาคอีกมาก ทั้งปัญหาระหว่างชายแดน ปัญหาด้านศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง ตลอดจนกฎระเบียบที่แตกต่าง ขณะนี้อาเซียนยังรวมตัวกันไม่สมบูรณ์ ปี 2558 จึงเป็นเพียงกรอบรอคอยสำหรับสิ่งที่ใหญ่กว่าเท่านั้น”
คำสัมภาษณ์ดังกล่าวของประเทศ “ประธานอาเซียน” ประจำปีนี้ ดูจะเป็นสัญญาณกลายๆ ว่า ปีนี้อาจไม่ได้เห็นความเคลื่อนไหวหรือความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคนี้อย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง
อย่างไรก็ดี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ให้คำมั่นบนเวทีเดียวกันว่า อาเซียนจะกลายเป็นตลาดเดียวกันภายในปลายปี 2558 นี้อย่างแน่นอน
แม้หลายฝ่ายอาจประเมินว่า หลังวันที่ 31 ธ.ค.นี้ คงไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารแน่ๆ แต่จากการประกาศให้โลกรู้ว่าจะรวมตัวตั้งแต่หลายปีก่อนหน้านี้ ทำให้ทั่วโลกต่างจับตามองดูความสำเร็จและความล้มเหลวของอาเซียน โค้งสุดท้ายที่เหลืออีกเพียง 10 เดือนเศษนี้ จึงไม่ควรเป็นเวลาที่ทุกประเทศ “ถอดใจ” และวางวิสัยทัศน์ใหม่ไปปี 2563 แต่ควรเป็นเวลาที่ทุกประเทศเร่งเครื่องพัฒนาความเสรีแต่ละด้าน เพื่อให้อาเซียนกลายเป็นประชาคมได้อย่างแท้จริง







