
ส่งสัญญาณแรงงานขาด ปูทางกดดันรัฐรับต่างด้าว
หลังจากเมื่อวานนี้ ภาคธุรกิจออกเดินสายเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินบาทให้เอื้อต่อการทำธุรกิจของคนไทย เพราะเป็นอุปสรรคสำคัญที่มีผลต่อการแข่งขันทางการค้ากับนานาประเทศ แม้จะไม่ได้รับการตอบรับ แต่ภาคเอกชนก็ยังคงเดินหน้าหาความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐต่อไป
ล่าสุด ปัญหาแรงงานขาดแคลนในภาคอุตสาหกรรมเป็นอีกประเด็นที่เอกชนต้องการให้กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมโดดลงมาช่วย หลังจากที่แจ้งความจำนงขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบให้เข้าพบ
นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ ส.อ.ท.กำลังขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ เพื่อให้ช่วยเหลือแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม 56 แสนคน เนื่องจากเป็นอุปสรรคต่อการผลิตสินค้าอย่างมาก โดยเฉพาะครึ่งหลังของปีมีคำสั่งซื้อเข้ามามากจนผู้ประกอบการหลายรายไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทันตามความต้องการของลูกค้า
เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องปฏิเสธคำสั่งซื้อของลูกค้าเพื่อรักษาเครดิตไว้ เพราะหากไม่สามารถส่งสินค้าได้ทันตามกำหนดจะทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจผู้ประกอบการไทยในอนาคต
การขาดแคลนแรงงาน 56 แสนคน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมอิเล็ก ทรอนิกส์ เสื้อผ้าและสิ่งทอ รองเท้า และอาหาร จึงต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน ลดเงื่อนไขการนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาในภาคอุตสาหกรรม
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แรงงานที่ขาดแคลนส่วนใหญ่เป็นแรงงานไร้ฝีมือ เช่น ทอผ้า ปอกกุ้ง ปอกสับปะรดในโรงงาน เป็นต้น
สาเหตุเกิดจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ สิ่งทอ รวมไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องในด้านโลจิสติกส์ เช่น แรงงานแบกหามสินค้าเข้าตู้ เพราะไทยส่งสินค้าไปยังประเทศด้อยพัฒนาและในอาเซียนมากขึ้น
กลุ่มประเทศเหล่านี้ยังไม่มีนวัตกรรมในด้านโลจิสติกส์ การขนถ่ายสินค้าจึงต้องใช้แรงงานคน ซึ่งไทยที่เป็นผู้ส่งสินค้าจึงต้องใช้วิธีที่เหมาะสมกับลูกค้า ความต้องการแรงงานจึงมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่แรงงานจำนวนหนึ่งถูกดูดกลับไปอยู่ในภาคการเกษตร เนื่องจากปัจจุบันสินค้าเกษตรบางชนิดมีราคาดี เช่น ยางพารา แป้งมันสำปะหลัง จึงต้องการทำงานในภาคเกษตรมากกว่าการกลับมาอยู่ในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งในปัจจุบันมีการส่งเสริมให้ประชาชนมาเป็นผู้ประกอบการเอง ทำธุรกิจส่วนตัวในรูปแบบธุรกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากขึ้น แรงงานกลุ่มหนึ่งจึงหันไปเป็นเจ้าของธุรกิจเอง
นอกจากนี้ แรงงานไทยส่วนใหญ่ไม่นิยมทำงานในโรงงาน เนื่องจากค่านิยมใหม่ในสังคม รวมถึงโครงสร้างการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ศึกษาในระดับปริญญาตรีมากกว่าเข้ามาในสายอาชีวะ นักศึกษาที่จบใหม่จึงผลิตออกมาไม่สอดคล้องกับความต้องการแรงงาน
อย่างไรก็ตาม มองว่าค่าจ้างหรือค่าแรงขั้นต่ำอาจจะไม่สะท้อนค่าครองชีพที่แท้จริง จึงไม่จูงใจให้แรงงานเข้ามาสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็พยายามที่จะเพิ่มค่าจ้างให้กับแรงงานแล้วแต่ก็ยังไม่จูงใจพอ
ขณะนี้โรงงานได้ใช้วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพแก่แรงงาน โดยการให้รายได้ตามจำนวนการผลิตสินค้า ถ้าผลิตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จะได้เงินเพิ่มตามจำนวนที่เพิ่มขึ้น เป็นรายได้นอกเหนือจากค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) แต่วิธีนี้ก็แก้ปัญหาได้ในระยะหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว
นายธนิต กล่าวว่า ภาคเอกชนเองก็ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวเหมือนกัน โดยการปรับเปลี่ยนมาเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรืออุตสาหกรรมที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น
ตลอดจนต้องหาช่องทางย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีแรงงานมาก เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศ
จุดนี้รัฐบาลต้องเข้ามาสนับสนุนภาคเอกชนในการส่งเสริมการออกไปลงทุนต่างประเทศ มีสิทธิประโยชน์ หรือจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมไทยในต่างประเทศ โดยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลกับเอกชนเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการไปลงทุนต่างประเทศไปอยู่รวมตัวกัน และอนุญาตให้สามารถกู้เงินภายในประเทศไทยไปลงทุน หรือการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบริเวณชายแดน เพื่อให้สามารถใช้แรงงานต่างด้าวแบบไปกลับได้ เป็นต้น
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลต้องมีการพิจารณาเรื่องแรงงานอย่างจริงจัง มีนโยบายเรื่องแรงงานแห่งชาติ สนับสนุนให้ภาคเอกชนไปลงทุนต่างประเทศ พิจารณาเรื่องการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมผู้ประกอบการที่ใช้นวัตกรรมเข้ามาใช้ รวมถึงปฏิรูปการศึกษา ปรับโครงสร้างการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน จะช่วยลดจำนวนคนว่างงานในสังคมได้อีกทางหนึ่ง และลดปัญหาขาดแคลนแรงงานในระยะยาว
“
ทุกปีสัดส่วนแรงงานจะมีน้อยลง แต่อุตสาหกรรมในเมืองไทยยังคงพึ่งพิงแรงงานอยู่มาก กลุ่มที่ไปลงทุนในต่างประเทศรายใหญ่ที่ไปใช้แรงงานจริงๆ ก็ยังไม่มีรายเล็กที่ขาดแคลนแรงงานก็ยังไม่กล้าไป จึงต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะการพัฒนาของไทยพอถึงจุดหนึ่งก็ต้องขยายออกไปต่างประเทศ เหลือแต่อุตสาห กรรมที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และใช้ทักษะสูงไว้เท่านั้น” นายธนิต กล่าวนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ความต้องการแรงงานเกิดขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ขณะนี้อัตราการว่างงานของไทยอยู่ที่ระดับ 1% หรือ 4 แสนคน ซึ่งอยู่ในภาวะปกติ เนื่องจากมีแรงงานจำนวนหนึ่งไม่ประสงค์จะทำงาน หรือยังเลือกงานที่ต้องการอยู่ตามความเหมาะสมของตัวเอง
การที่แรงงานส่วนใหญ่ไม่ต้องการเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม เพราะการตัดสินใจของคนแต่ละคนจำเป็นต้องพิจารณาถึงความสุข ความก้าวหน้าในอนาคตเป็นสำคัญ การทำงานในโรงงานจึงต้องเลือกที่ให้รายได้สูง อยู่ใกล้เมือง และเลือกที่ตรงคุณภาพชีวิตที่ต้องการมากที่สุด
สำหรับภาคเอกชนเอง การออกมาส่งสัญญาณอย่างนี้ก็คือความจริงที่ต้องการให้ภาครัฐรับรู้ว่าขณะนี้ในภาคการผลิตขาดแคลนแรงงาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุดในการผลิต เพราะหากไม่มีแรงงาน โรงงานก็จะไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ตามที่ต้องการ
ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนแรงงานต่างด้าว ทำอย่างเป็นระบบเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ ส่วนภาคธุรกิจเองการจะเพิ่มรายได้ หรือแรงจูงใจให้กับแรงงานก็มีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน สถานประกอบการแต่ละแห่งมีเพดานให้ในจำนวนที่จำกัด แต่ในปัจจุบันก็ยังหาแรงงานได้ไม่เพียงพอแรงงานต่างด้าวจึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ







