ดัชนีหุ้นวันที่ 6 ก.พ.ปิดบวก 5.01 จุด
หุ้นไทยปิดตลาด 1,612.93 จุด เพิ่มขึ้น 5.01 จุด หรือ 0.31% มูลค่าการซื้อขาย 27,050.77 ล้านบาท
หุ้นไทยปิดตลาด 1,612.93 จุด เพิ่มขึ้น 5.01 จุด หรือ 0.31% มูลค่าการซื้อขาย 27,050.77 ล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 6 ก.พ. เปิดตลาดดัชนีหุ้นแกว่งตัวบวก มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงเช้าที่ระดับ 1,615.78 จุด และมาปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับ 1,612.93 จุด เพิ่มขึ้น 5.01 จุด หรือ 0.31% มูลค่าการซื้อขาย 27,050.77 ล้านบาท
5 อันดับหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด
1.TRUE ปิดที่ 14.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.17% มูลค่าการซื้อขาย 2,380 ล้านบาท
2.BGH ปิดที่ 20 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 2.04% มูลค่าการซื้อขาย 1,273 ล้านบาท
3.PTT ปิดที่ 377 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ 0.80% มูลค่าการซื้อขาย 939 ล้านบาท
4.PTTEP ปิดที่ 120 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.27% มูลค่าการซื้อขาย 750 ล้านบาท
5.CSS ปิดที่ 8.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือ 5.52% มูลค่าการซื้อขาย 734 ล้านบาท
บล.เคที ซีมิโก้ ระบุว่า ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ เปิดบวก ตามตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ที่ได้แรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนออกมาดี หนุนให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวบวก และนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องกรีซภายหลังได้ประเมินผลกระทบแล้วไม่น่าจะมีความรุนแรง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะเคลื่อนในกรอบแนวต้าน 1,614-1,620 จุด แนวรับ 1,600-1,590 จุด
บล.ทิสโก้ ประเมินว่าดัชนีหุ้นมีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 1,619 จุด ตอบรับราคาน้ำมันที่ฟื้นตัว และจำนวนขอรับสวัสดิการว่างงานในประเทศสหรัฐ รายสัปดาห์ สิ้นสุด 31 ม.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นมาที่ 278,000 ราย แต่ดีกว่าตลาดคาดที่ 290,000 ราย
ฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองหุ้นไทยในเชิงบวก จากแรงขับเคลื่อนสภาพคล่อง การลดอัตรากันสำรองภาคธนาคาร (RRR) ของจีน อาจทำให้มีสภาพคล่องไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจีนในปริมาณสูงถึง 6.50 แสนล้านหยวน หรือราว 1.04 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบกับแนวโน้มราคาน้ำมันโลกเริ่มมีเสถียรภาพ น่าจะเป็นผลดีต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก มองดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,619-1,620 จุด แนวรับ 1,590 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหาจังหวะสะสมช่วงอ่อนตัว เพื่อการเก็งกำไรระยะสั้น อาศัยกรอบดัชนีระหว่าง 1,590-1,620 จุด แต่สำหรับการลงทุนหวังผลในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ แนะนำน้ำหนักหุ้นสัดส่วน 70% ถือเงินสดสัดส่วน30% โดยหาจังหวะสะสมหุ้นเพิ่มช่วงอ่อนตัว ส่วนใครที่ถือครองหุ้นอยู่แล้ว แนะ “ถือ Let Profits Run” รอทยอยขายเมื่อดัชนีหุ้นตั้งแต่ระดับ 1,650 ขึ้นไป กรณีผิดคาด แนะขายตัดขาดทุนหากดัชนีไหลลงลงมาต่ำกว่าระดับ 1,570 จุด







