
เท 4 พันล้านนำร่องซื้อน้ำยาง 42 บาท/กก.
เกษตรฯ อัด 4,000 ล้านบาท นำร่องซื้อน้ำยางชาวสวนรากหญ้า ตั้งราคาซื้อนำตลาด 42 บาท/กิโลกรัม
เกษตรฯ อัด 4,000 ล้านบาท นำร่องซื้อน้ำยางชาวสวนรากหญ้า ตั้งราคาซื้อนำตลาด 42 บาท/กิโลกรัม
นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการให้สหกรณ์ผู้ผลิตน้ำยางข้นที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ใน 69 จังหวัดทั่วประเทศ เข้ารับซื้อน้ำยางข้นจากเกษตรกรชาวสวนยางในราคานำตลาดที่ระดับ 42 บาท/กิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.เป็นต้นไป เพื่อผลักดันให้ราคาน้ำยางดิบไต่ระดับไปจนถึง 50 บาท/กิโลกรัม โดยเบื้องต้นจะใช้ 4,000 ล้านบาท จากโครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกรอบวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การดำเนินการรับซื้อน้ำยางข้นนำตลาดดังกล่าวในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. โดยกระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้ารับซื้อน้ำยางข้น 6 หมื่นตัน จากผลผลิตที่ออกมาในช่วงดังกล่าว 3 แสนตัน โดยน้ำยางข้นที่สหกรณ์รับซื้อไปนั้นจะถูกนำไปแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันชั้น 3 ก่อนจะไปขายให้กับองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.)
“ใน 2 เดือนที่ผ่านมาเมื่อมาขับเคลื่อนนโยบายยาง ก็สงสัยว่าทำไม 16 มาตรการและงบประมาณที่ใส่ลงไปไม่กระตุ้นราคายางในพื้นที่เท่าที่ควรจะเป็น เมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบว่ามีขบวนการสกัดการซื้อยางที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ทั้งที่ราคายางแผ่นขยับไปที่ 62-63 บาท/กิโลกรัมแล้ว และราคาน้ำยางควรจะเกิน 42 บาท/กิโลกรัม แต่ปรากฏว่าราคาน้ำยางข้นไม่เพิ่มขึ้น ภาครัฐจึงต้องให้เข้าไปช่วยทะลุทะลวงการรับซื้อยางให้ปลอดจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น” นายอำนวย กล่าว
นายอำนวย ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกกระทรวงไปสำรวจความต้องการใช้ยางพารา ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอความต้องการใช้ยาง 5 หมื่นตัน และของบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำยางไปสร้างเป็นสนามฟุตซอลหรือยางปูพื้น
นอกจากนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยได้หารือกับกระทรวงเกษตรฯ เพื่อหารือถึงกรณีที่รัสเซียจะซื้อยางจากไทยในปริมาณ 8 หมื่นตัน หลังพล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือกับนายกฯ รัสเซียเมื่อปลายปีที่แล้ว ในระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิตที่พม่า และมีข้อตกลงกันว่ารัสเซียจะซื้อยางจากไทย ซึ่งในเดือน มี.ค.นี้ นายกฯ รัสเซียจะมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งรัสเซียจะมีการหารือเกี่ยวกับการซื้อยางจากไทยทั้งในรูปแบบบาร์เตอร์เทรด เช่น ขายยางแลกซื้อยุทธภัณฑ์ หรือการซื้อขายในรูปแบบอื่นๆ ตามข้อตกลงกันในวันนั้น
ก่อนหน้านี้ อ.ส.ย.ใช้เงินจากโครงการมูลภัณฑ์กันชนฯ 6,000 ล้านบาท เข้าซื้อยางแผ่นรมควันชั้น 3 จากตลาด โดยได้ซื้อยางไปแล้ว 7 หมื่นตัน ใช้วงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท







