posttoday
AAV ได้ดีน้ำมันลง

AAV ได้ดีน้ำมันลง

05 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...บล.ธนชาต

โดย...บล.ธนชาต

ผลจากการที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) ประมาณการราคาน้ำมันว่ายังไม่ถึงจุดต่ำสุด โดยคาดว่าจะลดลงไปถึง 30-35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)
ธนชาต เปลี่ยนคําแนะนําเป็น “ซื้อ” หุ้นบริษัท เอเชีย เอวิชั่น (AAV) จาก “ถือ” เพราะถ้าเปรียบเทียบกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่ถือโดย AAV 55% จะอยู่ในตําแหน่งที่จะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่
ลดลง และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย

ประการแรก บริษัทป้องกันความเสี่ยงน้ำมันเพียง 15%

ประการที่สอง ต้นทุนน้ำมันคิดเป็น 44% ของต้นทุนทั้งหมด

ประการที่สาม ตลาดหลักประเทศจีนเดินทางมาไทยเติบโต 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 4 ปี 2557 เพราะฉะนั้นจึงได้เปลี่ยนสมมติฐานโดยคาดว่าราคาเชื้อเพลิงที่ลดลงที่ 85-92 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2558-2559 (จาก 120 เหรียญสหรัฐ) ซึ่งเพียงพอที่ลดข้อกังวลของเราต่อการแข่งขันที่รุนแรงที่ทําให้ลดอัตราผลตอบแทนผู้โดยสารสู่ 1.45 บาท/ผู้โดยสาร/กิโลเมตร (จาก 1.50 บาท) ในปี 2558-2559 และค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ที่ 7.0-7.5% (จาก 5.5-7.0%)

ดังนั้น บล.ธนชาต จึงปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 6.50 บาท จาก 4.40 บาท และแนะนํา “ซื้อ”  กําไร 2,000 ล้านบาท ในปี 2558 นอกจากนั้นยังเชื่อว่าจะมีกําไรในปี 2557 ที่ 2,000 ล้านบาท

AAV ใช้น้ำมัน 2.7 ล้านบาร์เรล ที่ราคาเฉลี่ย 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ที่ราคาสมมติฐานใหม่ที่ 85 เหรียญสหรัฐ ในปีนี้เทียบกับ64 เหรียญสหรัฐ ในตอนนี้การประหยัดค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท ซึ่งนี่ยังไม่รวมถึงคาดการณ์ที่คาดว่ากําลังการผลิตจะเพิ่ม 13% ในปี 2558 และอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น 82% จาก 80% ในปี 2557 จากการที่คาดราคาน้ำมันเครื่องบินที่ 92 เหรียญสหรัฐในปีหน้า กําไรปี 2559 จึงไม่มีการเติบโต โดยเมื่อราคาน้ำมันเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐ จะทําให้กำไรเปลี่ยนแปลง 2%

พื้นที่บริการของไทยแอร์เอเชียคือพื้นที่แถบเอเชียที่เวลาเดินทางต่ำกว่า 4 ชั่วโมง จากท่าอากาศยานในประเทศไทย ทำให้บริษัทได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวนักท่องเที่ยวชาวเอเชียที่เติบโต 16.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 4 ปี 2557 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เติบโต 69.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (นักท่องเที่ยวจีนคิดเป็น 20% ของนักท่องเที่ยวของไทยแอร์เอเชีย) ไทยแอร์เอเชียควรจะได้ประโยชน์จากการเปิดตัว Thai AirAsia X ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำสายการบินแรกที่ให้บริการเส้นทางระยะกลางในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทําให้มีการส่งต่อผู้โดยสารกว่า 30% มาสู่จํานวนผู้โดยสารของไทยแอร์เอเชีย

ทั้งนี้ แม้บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ยังคงเป็นหุ้นแนะนำในกลุ่มนี้ แต่เริ่มเห็นว่า AAV เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่สามารถลงทุนได้ในกลุ่มขนส่งจากการที่เห็นว่ามูลค่าเริ่มน่าสนใจและเราคาดที่จะเห็นการฟื้นตัวกําไรที่สูงในปี 2558 และเชื่อว่าราคาของ AAV ควรจะซื้อขายสูงกว่าบริษัทอื่นจากการที่บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ราคา ณ ปัจจุบันซื้อขายที่มีสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ในปี 2558-2559 เพียง 12.2-12.3 เท่า เทียบกับบริษัทคู่แข่งที่ 11.5-13.3 เท่าสัดส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาที่ 9.7 เท่า ในปี 2558 ใกล้เคียงกับตัวเลขของอุตสาหกรรมที่ 8.5 เท่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท