
ด้วยรักและห่วงใย
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
เดือนแห่งความรักมาเยือนแบบนี้ หลายบริษัทต่างก็จัดแคมเปญ ลด-แลก-แจก-แถม รับวาเลนไทน์กันถ้วนหน้า
แต่ถ้าไปถาม ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และ รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี แคมเปญรับเดือนแห่งความรักนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการขอให้น้องๆ นักศึกษา “กลับมาจ่ายหนี้”
ในวันที่ 21-22 ก.พ.นี้ สองหน่วยงานจะจัดงานไกล่เกลี่ยหนี้ กยศ.ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเชิญน้องๆ อดีตนักเรียน-นักศึกษาที่ไม่จ่ายหนี้และถูกพิพากษาในชั้นบังคับคดีตั้งแต่ปี 2555 จำนวน 1,858 คน รวมเป็นเงินกว่า 270 ล้านบาท ที่กรมและสำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ
ปัจจุบัน กยศ.ปล่อยกู้รวมแล้ว 4 ล้านคน ครบกำหนดชำระ 2 ล้านคน แต่เบี้ยวหนี้ไปถึง 1 ล้านคน และอยู่ระหว่างบังคับคดีกลุ่มลูกหนี้ปี 2547 ที่ศาลมีคำพิพากษาและอยู่ระหว่างการติดตามยึดทรัพย์ราว 4,000 ราย ส่วนเฉพาะในปีนี้ กยศ.เตรียมฟ้องลูกหนี้ค้างชำระ 1 แสนราย ยอดหนี้รายละ 1 แสนบาท
ที่ผ่านมาก็เพิ่งรณรงค์การชำระหนี้ กยศ. ลดเงินต้น 3% และลดเบี้ยปรับ 100% สำหรับผู้ที่ชำระหนี้ทั้งจำนวน เริ่ม 13 ธ.ค. 2557-30 เม.ย.ปีนี้ ตั้งเป้ามีคนมาใช้หนี้ 1.2-1.5 แสนคน เป็นเงินกว่าพันล้านบาท ปัจจุบันผ่านมาเกือบครึ่งทาง มีมาชำระหนี้แล้ว 9 หมื่นคน เป็นเงินราว 660 ล้านบาท
ที่ต้องให้ไกล่เกลี่ยเพราะรักและหวังดีจริงๆ หนี้ กยศ.นั้นถือเป็นหนี้ที่ดอกเบี้ยถูกเรี่ยดิน และมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนให้มากชนิดที่อาจเรียกได้ว่าดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างไรเสีย “เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย” ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานสากลทั่วโลก ไม่อย่างนั้นรัฐบาลเอาจริงให้ติดแบล็กลิสต์ขึ้นมา จะเสียอนาคตกันเปล่าๆ
เบื้องต้นก็เริ่มเห็นความเข้มงวดขึ้นแล้วกับการตั้งเกณฑ์นักศึกษาเกรดต่ำกว่า 2 กู้ไม่ได้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีนักศึกษาที่ไม่ผ่านคุณสมบัติข้อนี้อยู่ประมาณ 10% นับเป็นเงื่อนไขดีที่น้องๆ จะได้เห็นค่าของการศึกษามากขึ้น
ที่ทำไปทั้งหมดนี้ เพราะรักและห่วงใยจริงๆ จ้ะ







