posttoday
รอวันน้ำมันหมด

รอวันน้ำมันหมด

04 กุมภาพันธ์ 2558

พุธที่แล้ว ผมตั้งข้อสังเกตเรื่องเขตเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ว่า ช้า เชย และเฉิ่ม เพราะกว่าจะเริ่มได้ ประเทศอื่นเขาทำกันไปถึงไหนต่อไหน

โดย...เกษมสันต์ วีระกุล

พุธที่แล้ว ผมตั้งข้อสังเกตเรื่องเขตเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ว่า ช้า เชย และเฉิ่ม เพราะกว่าจะเริ่มได้ ประเทศอื่นเขาทำกันไปถึงไหนต่อไหน ข้อมูลเรื่องสิทธิพิเศษที่คนอื่นเขาให้เราก็ไม่รู้ มิหนำซ้ำยังปล่อยให้มีการเก็งกำไรที่ดิน ทั้งที่มาเลเซียเขาก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว พุธนี้ผมจะมาตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม

การที่ไทยเราไปกำหนดเขตเศรษฐกิจ 5 จุดตามแนวชายแดน เช่น ตาก มุกดาหาร สงขลา สระแก้ว และตราด ทั้งหมดนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือ กนพ. นั้น เอาเรื่องการค้าชายแดนมาผูกติดกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งสะท้อนถึงการที่ไทยเราขาดยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศ พอไม่มียุทธศาสตร์การวางตำแหน่งเขตเศรษฐกิจทั้งในแง่ทำเลที่ตั้งและประเภทอุตสาหกรรมที่จะเชิญชวนคนมาลงทุนก็เลยขาดความชัดเจนไปด้วย

กัมพูชามียุทธศาสตร์ที่จะใช้ท่าเรือน้ำลึกแห่งเดียวในประเทศที่สีหนุวิลล์ เป็นจุดขายในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของเขา และก็ได้ผลเพราะทั้งญี่ปุ่นและจีนต่างก็มาลงทุนสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษแข่งกันอยู่ในจังหวัดนี้

ที่น่าสนใจก็คือปัจจัยที่ดึงดูดให้บริษัทจากจีนนับร้อยบริษัทแห่มาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่นี่ นอกจากจะเป็นเรื่องใกล้ท่าเรือน้ำลึก ค่าเช่าที่ถูก ค่าแรงที่ถูก สิทธิเรื่องภาษีนำเข้า สิทธิพิเศษด้านภาษี นิติบุคคล และสิทธิประโยชน์ทางภาษี GSP

สรุปง่ายๆ ก็คือไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจที่สีหนุวิลล์เวลานี้ต้นทุนถูกกว่าในทุกด้าน ภาษีก็เสียน้อยกว่า มิหนำซ้ำ การส่งออกก็ได้รับสิทธิพิเศษอีกด้วย

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ไทยเราสู้ไม่ได้เลย ต่อให้ห่างท่าเรือออกมาทางเกาะกงก็ตาม ผมเลยยังนึกไม่ออกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ จ.ตราดนั้นจะเอาอะไรไปสู้เขตเศรษฐกิจพิเศษที่สีหนุวิลล์ และเกาะกง

เรื่องยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการลงทุนก็เช่นกัน ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ เมื่อประเทศไม่มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน การส่งเสริมการลงทุนก็สะเปะสะปะตามไปด้วย

ท่านนายกฯ ซึ่งเป็นทั้งประธานบีโอไอและ กนพ. เคยตั้งคำถามกับบีโอไอบ้างหรือเปล่าครับ ว่าเวลาบีโอไอบอกว่าส่งเสริมการลงทุนทะลุเป้า แต่ทำไมเศรษฐกิจไทยไม่เห็นโต?

ทำไมอุตสาหกรรมที่สามารถผลิตสินค้าที่โลกต้องการซื้อเขาเลือกไปลงทุนที่ประเทศเพื่อนบ้าน และที่สำคัญมูลค่าเพิ่มที่ตกอยู่กับไทยเปรียบเทียบกับสิทธิพิเศษด้านภาษีที่เรายกเว้นให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมนั้นอะไรมากกว่ากัน การถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้นไทยเราได้รับมากน้อยแค่ไหน หรือได้รับแต่ค่าแรง?

เวลาเห็นบริษัทที่ผลิตสินค้าไฮเทค เช่น สมาร์ทโฟนและสินค้าไอทีต่างๆ จากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและจีนหลั่งไหล เข้าไปลงทุนในเวียดนามแทนที่จะเป็นประเทศไทย เราตอบได้ไหมว่าทำไม?

เวลาเห็นผู้ว่าซีอีโอของเมืองที่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามสามารถพูดคุยต่อรองกับนักลงทุนต่างชาติได้แบบจบที่ผู้ว่าฯ ได้เลย แถมผู้ว่าฯ ยังมีงบไปลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมตามที่
นักลงทุนขอ หรือมีงบฝึกอบรมคนงานให้มีทักษะพร้อมทำงานให้บริษัทไอทีเหล่านั้นทันที เรารู้สึกอะไรมั้ยครับ?

และตอนที่ผู้ว่าฯ เวียดนามเจรจาเรียกร้องให้ซัมซุงซึ่งตอนนี้ใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตใหญ่ต้องปรับกระบวนการผลิตให้มูลค่าเพิ่มตกอยู่กับเวียดนามมากขึ้น เรารู้สึกมั้ยครับว่าไทยเราก็ควรทำแบบเดียวกัน?

ทั้งหมดนี้เริ่มต้นที่ยุทธศาสตร์ประเทศครับ ยุทธศาสตร์ประเทศดีซะอย่างทุกอย่างดีตาม ขาดยุทธศาสตร์ก็เหมือนขับรถแต่ไม่รู้ว่ากำลังจะไปไหน ขับไปเรื่อย รอวันน้ำมันหมด

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน