
นิคมคึกขาใหญ่-คนดังลงทุน
หุ้นในกลุ่มนิคมฯ ทั้ง โรจนะ-อมตะพุ่งขึ้นแรง ม.ร.ว.จัตุมงคล เสี่ยป๋อง 4 กองทุนใหญ่เข้าซื้อหุ้น
หุ้นในกลุ่มนิคมฯ ทั้ง โรจนะ-อมตะพุ่งขึ้นแรง ม.ร.ว.จัตุมงคล เสี่ยป๋อง 4 กองทุนใหญ่เข้าซื้อหุ้น
หุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมราคาพุ่งแรงมากกว่าตลาดโดยรวม เมื่อวันที่ 2 ก.พ. โดยเฉพาะหุ้นบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) ที่ราคาปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ 8.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท คิดเป็น 8.64% ด้วยมูลค่าการซื้อขายถึง 295 ล้านบาท รองลงมาคือหุ้นบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ราคาเพิ่มขึ้น 3.01% หรือ 0.50 บาท มาปิดที่ 17.10 บาท ส่วนบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ซึ่งกำลังเข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน HEMRAJ ราคายังคงบวกต่อ 1.25 บาท ปิดที่ 38.25 บาท หลังจากกองทุนใหญ่เข้ามาซื้อหุ้นจำนวน 5%
บริษัท ROJNA แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนส่วนที่เหลือจากการจองซื้อของผู้ถือหุ้นเดิม 88 ล้านหุ้นให้บุคคลในวงจำกัด (พีพี) ซึ่งปรากฏนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนที่มีชื่อเสียงรวมถึงกองทุนเข้าซื้อหุ้นในราคา 7.35 บาท คือ นายวัชระ แก้วสว่าง หรือเสี่ยป๋อง จำนวน 9 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 66 ล้านบาท ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตปลัดกระทรวงการคลังและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซื้อ 5 ล้านหุ้น มูลค่า 37 ล้านบาท
นอกจากนั้น ยังมี 4 กองทุนในประเทศ คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย ซื้อ 25 ล้านหุ้น มูลค่า 184 ล้านบาท บลจ.บัวหลวง 25 ล้านหุ้น มูลค่า 184 ล้านบาท บลจ.วรรณ 2 ล้านหุ้น มูลค่า 14.7 ล้านบาท และ บลจ.แอสเซท พลัส 6.2 แสนหุ้น มูลค่า 4.5 ล้านบาท
ผู้บริหารกองทุนรายหนึ่ง กล่าวว่า การเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงของ ROJNA ของกองทุนภายใต้การบริหาร เนื่องจากมองว่าแนวโน้มนิคมอุตสาหกรรมมีการเติบโตที่ดี และบริษัทก็มีแนวโน้มที่ดี ขณะที่ราคาหุ้นถือว่าถูกที่สุดในกลุ่ม
“การซื้อหุ้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์การลงทุนที่กำหนดไว้ โดยจะต้องดูว่าหุ้นที่เข้าไปลงทุนมีโอกาสในการเติบโตมากแค่ไหน และราคาที่ซื้อถูกกว่าราคาเป้าหมายหรือไม่ โดยปกติแล้วการเข้าไปซื้อหุ้นควรมีส่วนลดประมาณ 10% กว่า” ผู้บริหารกองทุนรวม กล่าว
สำหรับระยะเวลาในการลงทุนของกองทุนส่วนใหญ่จะเน้นถือหุ้นระยะยาวมากกว่าซื้อขายระยะสั้น ยกเว้นแต่ว่าหากราคาหุ้นที่ถืออยู่นั้นปรับตัวขึ้นมาเร็วหรือถึงเป้าหมายที่กองทุนตั้งไว้ ก็อาจจะทยอยขายหุ้น เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นตัวอื่นที่มีราคาถูกกว่าและแนวโน้มการเติบโตดี
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง แนะนำซื้อเก็งกำไร AMATA โดยให้เป้าหมายพื้นฐาน 20.10 บาท จากสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ที่ 14.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15.3 เท่าเล็กน้อย แม้ปี 2558 จะเป็นปีที่ค่อนข้างซบเซาสำหรับกลุ่มนิคม กำไรหลักของบริษัทยังอาจอ่อนตัว แต่ราคาหุ้นมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้ในระยะสั้น
บลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเหมราช อินดัสเตรียล ชี้แจงเกี่ยวกับข่าวเพลิงไหม้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2558 ที่ผ่านมา ว่า กองทุนได้ตรวจสอบรายชื่อโรงงานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ และสอบถามข้อมูลจาก HEMRAJ ในฐานะผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของกองทุน โดยโรงงานและที่ดินที่เกิดเพลิงไหม้ดังกล่าวไม่ได้เป็นทรัพย์สินของกองทุน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ทรัพย์สินของกองทุนได้รับความเสียหายแต่อย่างใด







