
ตลาดชูเทคโนโลยี360องศา รับดิจิทัลไลฟ์สไตล์
กระแสดิจิทัลที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งไทยกำลังก้าวสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ หรือมีอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตทุกที่ทุกเวลาในชีวิตประจำวัน ดังนั้น นักการตลาดต้องปรับตัวรับมือความเปลี่ยนแปลง 5 ด้าน ชนิดที่ว่าต้องใส่เทคโนโลยี 360 องศา เพื่อสร้างรายได้และโอกาสใหม่ทางตลาด
กระแสดิจิทัลที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งไทยกำลังก้าวสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ หรือมีอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตทุกที่ทุกเวลาในชีวิตประจำวัน ดังนั้น นักการตลาดต้องปรับตัวรับมือความเปลี่ยนแปลง 5 ด้าน ชนิดที่ว่าต้องใส่เทคโนโลยี 360 องศา เพื่อสร้างรายได้และโอกาสใหม่ทางตลาด
อนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมตลาดแห่งประเทศไทย บอกว่า การเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ทุกที่และทุกเวลา เริ่มเกิดขึ้นยุคแรกจากสมาร์ทโฟน และภายในอีก 5 ปี ทั่วโลกจะเข้ากระแสดิจิทัลอย่างเต็มตัว ตลาดสมาร์ทโฮมในอเมริกาจะกลายเป็นตลาดที่โตกว่า 10 เท่า ขณะที่ไทยคาดสมาร์ทโฮมจะเริ่มเบ่งบานอีก 3-5 ปี
ดังนั้น นักการตลาดต้องดำเนินกลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง 360 องศา หรือต้องครบเครื่อง 5 ด้าน เริ่มแรกต้องพัฒนาสินค้าเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต ขณะนี้สินค้าต่างๆ เริ่มพัฒนาจากของใช้ใกล้ตัวแบบง่าย กระทั่งล่าสุดพัฒนาสมาร์ท คาร์ สำหรับปูนซิเมนต์ไทย (SCG) เริ่มพัฒนาสมาร์ทโฮม จับมือร่วมกับทางสถาปนิกรับรองกับโลกในอนาคตที่เกิดขึ้น และความต้องการของผู้บริโภค
ขณะนี้ช่องทางจำหน่ายกำลังพัฒนาจากออฟไลน์หรือห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต สู่การค้าในโลกออนไลน์ นักการตลาดต้องปรับตัว ด้านที่ 2 เร่งพัฒนาช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ เพราะไม่ใช่คนไทยเท่านั้นเริ่มซื้อสินค้าทางออนไลน์ ในอาเซียนก็มีพฤติกรรมไม่ต่างกัน เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลการซื้อในช่องทางดังกล่าวมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคจับจ่ายสินค้าลักษณะใด ช่วยทำให้ทำตลาดได้แม่นยำยิ่งขึ้น
“นักการตลาดสามารถทำตลาดเข้าตรงถึงผู้บริโภคได้เลย โดยใช้ข้อมูลจากการซื้อสินค้าในออนไลน์ ในส่วนนี้กลุ่มค้าปลีกจะมีความได้เปรียบสูง แม้ว่าขณะนี้การซื้อออนไลน์เป็นเรื่องใหม่ แต่คาดอีก 2-3 ปี ไทยจะเริ่มพัฒนาวิธีการซื้อสินค้าในออนไลน์ เหมือนมอบประสบการณ์ซื้อสินค้าเหมือนจริงหรือใกล้เคียงกับการซื้อสินค้าภายในร้าน” อนุวัตร กล่าว
สำหรับทิศทางเศรษฐกิจในไทยปีนี้ ต้องเสี่ยงกับความไม่แน่นอน จากปัจจัยภายนอกเศรษฐกิจโลก อเมริกา รัสเซีย และปัจจัยภายในที่คาดไม่ได้ อาทิ การวางระเบิดย่านศูนย์การค้า การส่งออก และอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ปีนี้ยังภาวะไม่ดี ขณะนี้สภาพเศรษฐกิจไทยยังนิ่ง ต้องลุ้นว่าเม็ดเงินลงทุนจากรัฐบาลและภาคเอกชนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้หรือไม่ หากเข้าสู่ไตรมาส 3 เศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณที่ดีต้องใช้แผนสองรับมือ
นับวันการช็อปปิ้งผ่านทางออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ นักการตลาดต้องเร่งพัฒนา ด้านที่ 3 ช่องทางชำระเงินระบบออนไลน์ หรือเรียกว่า ดิจิทัล เพย์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ แทนการชำระเงินสด สิ่งสำคัญต้องมีความปลอดภัย ง่าย และรวดเร็วในการใช้งาน ขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางจำหน่ายที่มีความคุ้มค่า ประหยัดต้นทุนบุคลากร ทางอเมริกาเริ่มพัฒนารูปแบบการชำระเงินก้าวเข้าผ่านการชำระเงินทางบัตรเครดิตแล้ว
ช่องทางการสื่อสารเป็นด้านที่ 4 สำหรับนักการตลาด ต้องปรับตัวให้เร็วและทันต่อดิจิทัล ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้จัดการแผนกกิจการ บริษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า การสื่อสารในปัจจุบันยังต้องใช้เทรดิชันนัลมีเดีย หรือสื่อโฆษณาทางทีวี สิ่งพิมพ์ ขณะเดียวกันต้องผสมผสานกับสื่อใหม่ หรือดิจิทัลมีเดีย เพื่อทำให้แบรนด์หรือสินค้าเข้าถึงผู้บริโภค อาทิ การใช้โซเชียลมีเดียผ่านทางไลน์ เพื่อตอกย้ำลูกค้าตลอดเวลา และสิ่งสำคัญต้องเกิดการตัดสินใจซื้อ
“ก่อนหน้านี้สินค้าและบริการต่างๆ ใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือโฆษณาประชาสัมพันธ์ แค่มีคนมาคลิกถูกใจก็รู้สึกดีแล้ว แต่โซเชียลมีเดียต้องเป็นมากกว่าแค่ประชาสัมพันธ์ ต้องขายของได้ ส่วนเทสโก้ โลตัส พัฒนาช่องทางออนไลน์ต่อเนื่อง แม้ไทยสัดส่วนยังไม่มาก” ชาคริต กล่าว
ในยุคดิจิทัลการทำโปรโมชั่นต้องลงลึกระดับเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละคน (Personal Life) นั่นคือด้านที่ 5 นักการตลาดต้องปรับตัว แม้การทำโปรโมชั่นผู้บริโภคจะมองหาความคุ้มค่า แต่ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ระวังการจับจ่าย ไม่ซื้อเก็บสต๊อก การทำซื้อ 1 แถม 1 จึงกระตุ้นได้น้อยลง จึงต้องปรับโปรโมชั่นให้ตรงความต้องการ
ทั้งหมดนี้จึงเป็นการติดอาวุธตลาด 360 องศา รับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงเร็วแรง...







