
เทสโก้ฯ ปั้นเกษตรกร หนุนเข้าค้าปลีก-ส่งออก
ผลผลิตต่างๆ ทางการเกษตรของไทย นับเป็นอีกหนึ่งหมวดสินค้าสดที่ห้างเทสโก้ โลตัส
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ผลผลิตต่างๆ ทางการเกษตรของไทย นับเป็นอีกหนึ่งหมวดสินค้าสดที่ห้างเทสโก้ โลตัส วางนโยบายให้ความสำคัญภายใต้โครงการ ไดเรกต์ ซอร์สซิ่ง (Direct Sourcing) ที่มุ่งเน้นการรับซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกรไทย เพื่อให้สามารถพัฒนาสินค้าคุณภาพดีและมีความปลอดภัยร่วมกับเกษตรกร 100% โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ให้นำมาจำหน่ายตรงได้ในช่องทางขายห้างค้าปลีกเทสโก้ โลตัส ทุกรูปแบบ (ฟอร์แมต) ที่มีสาขากระจายทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 1,800 แห่ง
พรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์ รองประธานกรรมการฝ่ายกฎหมายการค้าและเทคนิค บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารห้างค้าปลีกเทสโก้ โลตัส กล่าวถึงโครงการไดเรกต์ ซอร์สซิ่ง ที่เริ่มมาตั้งแต่ 5 ปีก่อน ซึ่งเป็นโมเดลมาจากบริษัทแม่ในประเทศอังกฤษ ที่นำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับในประเทศไทย โดยในช่วงแรกของโครงการได้ร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกผักรายต่างๆ ด้วย ในแต่ละวันห้างเทสโก้ฯ มีความต้องการสูงในสินค้าหมวดนี้
“จากการทำงานร่วมกับเกษตรกรไทยชาวสวนผัก ผลไม้ประเภทต่างๆ พบว่าปัญหาหลักมักเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ ที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมผลผลิตทางการเกษตรได้เพียงพอตามความต้องการของผู้ซื้อ ที่แม้ในตลาดจะมีความต้องการสูงก็ตาม” พรเพ็ญ กล่าว
ทั้งนี้ ห้างเทสโก้ฯ ได้นำเทคนิคและเทคโนโลยีการผลิตตามมาตรฐานจีเอพีมาทำงานร่วมกับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อให้แน่ใจว่าผลผลิตที่มาจากฟาร์มมีคุณภาพ ปลอดภัย โดยมีการกำหนดมาตรฐานตั้งแต่กระบวนการผลิตตั้งแต่เรื่องดิน ปุ๋ย น้ำ เป็นต้น เพื่อให้สามารถนำเข้ามาจำหน่ายในห้างเทสโก้ฯ ได้ในแต่ละสาขาทั่วประเทศ
ขณะที่ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกผักประเภทต่างๆ ราว 600 รายกระจายอยู่ทั่วประเทศ อาทิ ใน จ.ราชบุรี พิษณุโลก เป็นต้น และได้ขยายไปยังผู้ผลิตหรือเกษตรกรกลุ่มผลไม้ประเภทต่างๆ อาทิ มะม่วง ฝรั่ง แตงโม ส้ม เมลอน และกล้วยหอม ด้วยเช่นกัน ที่ปัจจุบันมีชาวสวนที่อยู่ในโครงการดังกล่าวราว 400 ราย และในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ อาทิ กุ้ง หมู วัว เป็นต้น ที่ร่วมในโครงการราว 6 ราย
พร้อมกันนี้ห้างเทสโก้ฯ ยังมีแผนขยายความร่วมมือโครงการดังกล่าวไปยังเกษตรกรชาวสวนผลไม้ประเภทอื่นๆ อีกในอนาคต เพื่อรองรับการขยายตัวในกลุ่มสินค้าของสด โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มีแนวโน้มยอดขายในห้างเติบโตสูงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แนวทางดังกล่าว นอกจากจะทำให้เกษตรกรมีช่องทางขายในห้างค้าปลีกได้ชัดเจนแล้ว ขณะเดียวกันยังช่วยให้เกษตรกรสามารถกำหนดแผนการผลิตหรือเพาะปลูกผัก ผลไม้ ได้ล่วงหน้า ที่จะช่วยให้สามารถรู้ต้นทุนการดำเนินการเพาะปลูกสินค้าเกษตรได้อย่างแม่นยำมากขึ้น รวมถึงลดปัญหาการสูญเสียผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐานหากจะนำไปจำหน่ายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่อีกด้วย
พรเพ็ญ เสริมว่า ขณะนี้ห้างเทสโก้ฯ อยู่ระหว่างทำโครงการนำร่องพัฒนาผลผลิตร่วมกับเกษตรกรสวนกล้วย ฟาร์มเจ๊วันกล้วยหอม ภายใต้แบรนด์ วัน บานาน่า (One Banana) ซึ่งเริ่มในช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาคุณภาพกล้วยหอมทองของไทยให้ได้มาตรฐานเพื่อการส่งออก ด้วยมองเห็นโอกาสในการขยายช่องทางการทำตลาดร่วมกับเกษตรกรไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน
ด้วยแนวโน้มการบริโภคกล้วยหอมในต่างประเทศจะนิยมกล้วยพรีเมียมไซส์ หรือมีขนาดใหญ่ ขณะที่กล้วยหอมที่ปลูกในไทยแม้ว่าจะมีรสชาติดีแต่ยังมีขนาดเล็กกว่า ซึ่งหากโครงการนำร่องดำเนินการได้ผลดีก็จะสามารถช่วยเกษตรกรไทยเข้าไปทำตลาดส่งออกได้มากขึ้น โดยอาศัยช่องทางขายในห้างเทสโก้ฯ ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย อาทิ มาเลเซีย หรือเกาหลีใต้ เป็นต้น







