posttoday
ดื่มให้ถูกที่

ดื่มให้ถูกที่

02 กุมภาพันธ์ 2558

ตอนนี้ หลายๆ ประเทศมีการปรับแก้กฎหมายกันอย่างคึกคัก ทั้งในส่วนของการค้า การลงทุน และการใช้ชีวิตประจำวัน

ตอนนี้ หลายๆ ประเทศมีการปรับแก้กฎหมายกันอย่างคึกคัก ทั้งในส่วนของการค้า การลงทุน และการใช้ชีวิตประจำวัน

สำหรับสิงคโปร์ กฎหมายล่าสุดที่เพิ่งผ่านรัฐสภาไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีผลบังคับตั้งแต่เดือน เม.ย.ปีนี้ คือ กฎหมายควบคุมการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ ซึ่งกำหนดช่วงเวลา “ห้ามดื่ม” ระหว่าง 22.30-07.00 น. ของทุกวัน และห้ามขายแบบซื้อกลับบ้านหลัง 22.30 น.

กฎหมายนี้ของสิงคโปร์มีที่มาที่ไปจากการที่ทางการสิงคโปร์พบว่า การดื่มเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุวุ่นวายหลายต่อหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา และมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเหตุจลาจลใหญ่ที่หลายคนยังจำได้ คือ เหตุที่เกิดจากแรงงานต่างชาติในย่านลิตเติ้ล อินเดีย เมื่อปี 2556 ซึ่งมีการระบุชัดว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุครั้งนั้น

ส่วนในปีที่ผ่านมา สิงคโปร์พบว่า เหตุวุ่นวายที่เกี่ยวกับการดื่ม เกิดขึ้นประมาณ 47 ครั้ง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 115 เคส ซึ่งรวมถึงการแทงกัน

ที่สำคัญคือ เหตุวุ่นวายต่างๆ ประมาณ 9 ใน 10 ครั้ง จะเกิดขึ้นหลังเวลา 22.30 น.

กฎหมายฉบับนี้จะให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้นในการจัดการกับนักดื่ม ตั้งแต่สั่งให้ออกจากพื้นที่สาธารณะ จนกระทั่งจับปรับผู้ฝ่าฝืน โดยนักดื่มที่เมาและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ในที่สาธารณะจะถูกปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 2.4 หมื่นบาท หรือจำคุกสูงสุด 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกพื้นที่และเวลาที่กำหนดจะถูกปรับไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 2.4 แสนบาท

หากกลับมามองประเทศไทยบ้าง จะเห็นว่าเรามีกฎหมายควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่ม และบทลงโทษที่เข้มข้นเหมือนกัน เช่น สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ 2 ช่วงเวลา คือ 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น.

ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ เช่น วัด หรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา  สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สถานที่ราชการ สถานศึกษา สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สวนสาธารณะ เป็นต้น โดยในกรณีฝ่าฝืนการดื่ม มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แม้ว่าจะมีกฎหมายควบคุมบังคับเหมือนกัน แต่สิ่งที่ไทยแตกต่างจากสิงคโปร์อย่างสุดขั้ว ก็คือ ความเคารพและเกรงกลัวกฎหมายของคน และการบังคับใช้กฎหมายของผู้มีอำนาจ

นอกจากนี้ กฎหมายหลายอย่างก็ล้าสมัยเกินไป ไม่เท่าทันกับความจริงในปัจจุบัน ดังนั้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย

หากปรับแก้กฎหมายแล้ว พร้อมบังคับใช้และลงโทษแบบจัดเต็มกันจริงๆ เชื่อว่าจะแก้ปัญหาหลายๆ อย่างได้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท