posttoday
กางยุทธศาสตร์ ‘ไทยมาร์ท’รุกคนรุ่นใหม่

กางยุทธศาสตร์ ‘ไทยมาร์ท’รุกคนรุ่นใหม่

02 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

จากแนวโน้มการแข่งขันของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่องทุกปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจต้องลุยปรับแผนธุรกิจตลอดเวลา เพื่อให้ทันการแข่งขันและพฤติกรรมที่เปลี่ยนเร็ว

ไทยมาร์ท ศูนย์ค้าส่ง สินค้าสำเพ็ง ถือเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการค้าส่ง ที่ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องให้ทันการแข่งขันและโลกที่เปลี่ยนไป โดยในทุก 3 ปี ไทยมาร์ทจะปรับยุทธศาสตร์ใหญ่ครั้งหนึ่ง เช่นเดียวกับอีก 3 ปีนับจากนี้ ไทยมาร์ทเตรียมปรับยุทธศาสตร์ให้เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่

กำพล ปัญญาพฤฒิโชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยมาร์ท สโตร์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านไทยมาร์ท ศูนย์ค้าส่ง สินค้าสำเพ็ง กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจค้าปลีกในทุก 3 ปี จะต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและคงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ขณะนี้ไทยมาร์ทอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพื่อนำมาต่อยอดและเพิ่มความสะดวกให้กับการขยายธุรกิจในอนาคต เนื่องจากมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองมากขึ้น ด้วยการทำตลาดผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบภายใต้ชื่อ ไทยมาร์ทไลฟ์

“นอกจากตัวแอพพลิเคชั่นที่มีแผนจะพัฒนาเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจแล้ว ในส่วนของตัวร้านค้าเอง บริษัทก็มีแผนที่จะแตกแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ สำเพ็ง เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่เช่นกัน เนื่องจากร้านดังกล่าวใช้พื้นที่และงบลงทุนไม่มาก คือมีพื้นที่ประมาณ 2x3 ตร.ม. หรือ 1-2 คูหาก็สามารถสั่งซื้อสินค้าของร้านไทยมาร์ทไปจำหน่ายได้แล้ว ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการวางแผนธุรกิจ” กำพล กล่าว

แม้ว่าจะหันไปให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าใหม่ แต่ในส่วนของกลุ่มลูกค้าเก่า ไทยมาร์ทก็ยังคงให้ความสำคัญเหมือนเดิม ด้วยการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้าและสมาชิก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5.6 หมื่นราย โดยยังคงเน้นกลยุทธ์รับคืนสินค้าโดยไม่หักราคาเหมือนเดิม หากซื้อสินค้าไปไม่เกิน 1 เดือน และหัก 10% เมื่อซื้อไปเกิน 2 เดือน

“สินค้าที่จำหน่ายภายในร้านไทยมาร์ทตอนนี้มีมากกว่า 10 กลุ่ม รวมกว่า 2 หมื่นรายการ สินค้าที่ขายดีที่สุดจะเป็นกลุ่มเครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องครัว ของเล่น กิฟต์ช็อป และเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ที่บริษัทจะหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี” กำพล กล่าว

สำหรับแนวทางการขยายธุรกิจในปีนี้ กำพลคาดว่าจะสามารถเปิดร้านใหม่ได้ที่ประมาณ 4-5 สาขา จากปัจจุบันมีจำนวนร้านไทยมาร์ทที่เปิดให้บริการทั้งหมด 9 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาจะใช้งบลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท บนพื้นที่ 2,000-4,000 ตร.ม. ซึ่งทำเลที่จะใช้เปิดร้านใหม่ ยังคงเน้นการเดินตามห้างแม็คโคร เนื่องจากดำเนินธุรกิจค้าส่งเหมือนกัน และทำเลที่ห้างแม็คโครเข้าไปเปิดให้บริการล้วนแต่เป็นทำเลที่มีศักยภาพ

นอกจากนี้ ยังเล็งทำเลในด้านของจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากปลายปีนี้ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) หากสามารถเข้าไปปักหมุดขยายสาขาได้ในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ไทยมาร์ทยังมีความสนใจที่จะเข้าไปขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน หากมีพันธมิตรเข้ามาเชิญชวนให้เข้าไปร่วมลงทุน ซึ่งกลุ่มประเทศที่ให้ความสนใจเข้าไปขยายธุรกิจในช่วงเริ่มต้น คือ กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี อย่าง พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา

“ในอนาคตอยากเปิดร้านไทยมาร์ทให้ครบ 300 สาขา แต่คงต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของผู้ถือหุ้น เนื่องจากปี 2559-2560 มีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะการจะขยายสาขาให้มีความรวดเร็วต้องจับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งตอนนี้บริษัทก็เปิดกว้างให้กับพันธมิตรที่มีความสนใจในธุรกิจไทยมาร์ท ศูนย์ค้าส่ง สินค้าสำเพ็งของบริษัท” กำพล กล่าว

กำพล กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเดิมทีบริษัทวางแผนจะเปิดร้านใหม่ประมาณ 10 สาขา แต่พอมีปัจจัยลบจึงเปิดร้านใหม่ได้เพียงสาขาเดียว แต่หลังจากกลับมาวางแผนเปิดร้านใหม่ 4-5 สาขาในปีนี้และต่อเนื่องไปถึงปี 2559 คาดร้านไทยมาร์ทจะมีสาขาครบ 20 สาขา มีรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท ในสิ้นปี 2559 แน่

จากแนวทางการดำเนินธุรกิจของร้านไทยมาร์ทที่ประกาศออกมา เชื่อว่าจะทำให้ศูนย์ค้าส่ง สินค้าสำเพ็ง แห่งนี้กลายเป็นม้ามืดที่หลายคนต้องหันมาจับตามองในอนาคตอันใกล้นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท