
โฆษณาทีวีหลบไป วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง‘ยูทูบ’มาแล้ว
โดย....ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย....ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ช่องทางโฆษณาบนสื่อหลัก อาจจะต้องหนาวๆ ร้อนๆ กันเลยทีเดียว เมื่อยูทูบ ประเทศไทย ประกาศข้อมูลการเติบโตในการใช้ยูทูบเป็นช่องทางโฆษณาของแบรนด์รายใหญ่ที่เพิ่มขึ้นแบบ 100% และแทบจะเรียกได้ว่าเป็นอันดับ 1 ในอาเซียนที่มีการใช้งานวิดีโอมากที่สุด
อริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย มีคนรับชมวิดีโอผ่านยูทูบหลายล้านชั่วโมง ซึ่งรับชมผ่านมือถือเป็นส่วนมาก หลังจากเปิดตัวเมื่อเดือน พ.ค. 2557 ยิ่งเพิ่มอัตราการรับชมมากขึ้นกว่าสองเท่า โดย 87% ของคนไทยเปิดยูทูบเมื่อนึกถึงคำว่า วิดีโอ และ 50% ของคนที่ดูทีวีก็จะเปิดดูยูทูบไปพร้อมกันด้วย
“ต้องยอมรับว่า สมาร์ทโฟน โซเชียลมีเดีย และสัญญาณอินเทอร์เน็ต เป็น 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ยูทูบเติบโตเร็ว เพราะคนไทยนิยมเข้าใช้งานเฟซบุ๊ก กดไลค์และแชร์คลิปวิดีโอต่างๆ เมื่อมีการแชร์คลิปที่น่าสนใจ คนที่เห็นก็จะเปิดดูทันที หรือกลับมาดูรายการทีวีต่างๆ ย้อนหลัง ทำให้การเติบโตของยูทูบเพิ่มขึ้น พร้อมกับโซเชียลมีเดีย หรือค้นหาผ่านกูเกิลเมื่อเจอลิงก์ก็จะกดเข้าไปดูเช่นกัน” อริยะ กล่าว
ทั้งนี้ การใช้งานร่วมกันของทีวีและยูทูบเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้อัตราการรับชมผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งนั้น มีสัดส่วนที่ลดลง โดย 3 ใน 4 ของ
ผู้ใช้งานยูทูบมองว่า การกดข้ามโฆษณานั้น แสดงว่าแบรนด์ไม่สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ เพราะคนดูจะเลือกในสิ่งที่ต้องการรับชมด้วยตนเอง หากแบรนด์ไม่สามารถดึงความสนใจของคนดูไว้ใน 30 วินาทีแรกได้ ทุกครั้งที่กดดูลูกค้าจะเลือกข้ามในทันที
“กลยุทธ์หลักที่แนะนำให้เจ้าของธุรกิจนำมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน ที่เรียกว่า 3H คือ 1.HERO การโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ จะสามารถสร้างชื่อ, สร้างแบรนด์ได้ 2.HYGIENE ตอบคำถามที่คนหรือสังคมสงสัยได้ 3.HUB ดึงความชอบของคนหรือทำเนื้อหาให้ดึงคนเข้ามาใช้งาน นอกจากไทยแล้วประเทศที่มีการใช้ยูทูบในการสร้างวิดีโอมาร์เก็ตติ้ง ได้แก่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย และอินโดนีเซีย แต่ไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีแชนแนลและครีเอเตอร์สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ถือว่ารูปแบบการทำวิดีโอของไทยจะต่างกับประเทศอื่นๆ ตรงที่ทำคอนเทนต์ออกมาก่อนจะเกิดความต้องการของตลาด” อริยะ กล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนของแบรนด์ธุรกิจชื่อดัง ต่างมองว่าการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ประสบความสำเร็จได้ดีเกินคาด เพราะสามารถเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่มและสร้างความจดจำได้อย่างรวดเร็ว หากเป็นคอนเทนต์ที่คนดูรู้สึกว่าตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริง ซึ่งหลายธุรกิจได้เพิ่มงบในการโฆษณาออนไลน์อีกอย่างน้อย 10% เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้มากที่สุด บางรายใช้เป็นช่องทางหลักในการทำตลาดเลย
วัชรพงษ์ ศิริพากย์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานแบรนด์คอมมูนิเคชั่น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า สมาคมโฆษณาดิจิทัลแห่งประเทศไทย หรือ DAT ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งบสำหรับช่องทางโฆษณาออนไลน์ของปี 2556 โต 52.59% หรือ 4,248 ล้านบาท ปี 2557 เพิ่มขึ้น 38% หรือ 5,863 ล้านบาท ถือว่าเป็นอัตราการเติบโตแบบรวดเร็วมาก โดยสัดส่วนของการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลสายโทรคมนาคม จากเดิม 4.7% เพิ่มขึ้นเป็น 4.82%
ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าธุรกิจต่างๆ เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของช่องทางนี้
“ทางดีแทคเอง ไม่ได้มองว่าควรจะใช้งบการตลาดสำหรับการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์เท่าไหร่จึงจะเหมาะ แต่เรามองที่คอนเทนต์ที่ต้องการสื่อสารว่า เรื่องราวหรือกิจกรรมนั้นควรใช้งบเท่าไหร่ ซึ่งการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์นั้น ถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มาแรง โดยปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนสมาร์ทโฟนเข้ามาในตลาดเพิ่มอีกประมาณ 10 ล้านเครื่อง ในระดับราคาที่ 1,000-2,000 บาท ยิ่งทำให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและช่องทางออนไลน์ง่ายเข้าไปอีก
ดังนั้นภาคธุรกิจควรหันมาใส่ใจ และตระหนักใช้ช่องทางออนไลน์ ในการสื่อสารกับลูกค้าให้มากขึ้นได้แล้ว” วัชรพงษ์ ให้ความเห็น
ขณะที่เรื่องยอดนิยมของคนไทยที่ดูผ่านยูทูบ ประเทศไทย จัดตามอันดับ ได้แก่ เพลง ภาพยนตร์ รายการตลก ดราม่าและการแข่งขัน ซึ่งเพศชายจะนิยมดูกีฬาและตัวอย่างภาพยนตร์เข้าใหม่ ในขณะที่เพศหญิงจะนิยมดูรายการประเภทแฟชั่นความสวยความงามและฮาวทูต่างๆ ส่วนคนอายุ 16-24 ปี จะนิยมสร้างสรรค์รายการใหม่ๆ เอง ส่วนคนอายุ 35 ปีขึ้นไป จะนิยมดูข่าวและการเมือง







