
ไอแบงก์ฟันทุจริต
ไอแบงก์สั่งสอบผู้บริหารระดับสูง ลุยสางคนโกงทำแบงก์เสียหาย มั่นใจผ่านประเมินผลงาน 3 เดือนแรก
ไอแบงก์สั่งสอบผู้บริหารระดับสูง ลุยสางคนโกงทำแบงก์เสียหาย มั่นใจผ่านประเมินผลงาน 3 เดือนแรก
รายงานข่าวจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการไอแบงก์ ได้ตั้งคณะสอบสวนผู้บริหารระดับสูงของธนาคารใน 4 ข้อหา คือ 1.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการสั่งสอบสวนเงินค่าคอมมิชชั่นเบี้ยประกันภัย 2.ใช้เวลาในการปฏิบัติหน้าที่ไปประชุมกรรมการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง 3.ให้ข่าวที่คลาดเคลื่อนทำให้ธนาคารเสียหาย และ 4.มีการสั่งจ่ายเงินให้ลูกหนี้โดยมิชอบ
นอกจากนี้ ธนาคารยังอยู่ระหว่างเก็บหลักฐานเอาผิดกับผู้ที่ทุจริตปล่อยสินเชื่อไม่ถูกต้อง ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงถึงเจ้าหน้าที่ในอดีตและปัจจุบัน ที่ทำให้ธนาคารเสียหายจนมีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล สูงถึง 4.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องหาผู้รับผิดชอบตามแผนฟื้นฟูที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด)
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลไอแบงก์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาการดำเนินงานของไอแบงก์ต้องแยกจากการตรวจสอบทุจริตของเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร โดยในส่วนของการดำเนินงานกระทรวงการคลังได้ให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ศึกษาเรื่องการเพิ่มทุนในระดับที่เหมาะสม ส่วนการตรวจสอบทุจริต กรรมการธนาคารต้องดำเนินการต่อไป
ก่อนหน้านี้ นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการ สคร. ยืนยันว่า ซูเปอร์บอร์ดไม่เคยเห็นชอบเรื่องเงินเพิ่มทุนให้ไอแบงก์ แต่ได้สั่งการให้เร่งแก้หนี้เสียและปล่อยกู้รายย่อยที่เป็นมุสลิมเพิ่มขึ้น โดยจะประเมินผลใน 3 เดือน หรือสิ้นเดือน มี.ค. 2558 นี้ จึงจะระบุได้ว่าจะฟื้นฟูไอแบงก์ต่อไปอย่างไร
นายมนต์ชัย รัตนเสถียร กรรมการและรักษาการผู้จัดการ ไอแบงก์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2558 ได้จัดประชุมเพื่อมอบนโยบายและแผนดำเนินงานแก่ผู้บริหารและผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ หลังจากที่ได้รับหนังสือตอบรับแผนฟื้นฟูจากซูเปอร์บอร์ดเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2558 โดยมั่นใจว่าจะผ่านการประเมิน 3 เดือนแรกจาก สคร.
ทั้งนี้ ธนาคารจะเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูอย่างเต็มที่ คือ 1.การตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อขายหนี้เสีย 2.เพิ่มลูกค้ามุสลิมอีก 1 ล้านราย ภายในปี 2560 3.ดำเนินการหาผู้รับผิดชอบที่่ทำให้ธนาคารเสียหาย และ 4.หาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความชำนาญในระบบการเงินอิสลาม มาร่วมทุนภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ซูเปอร์บอร์ดมีมติ







