
ธุรกิจดอกไม้ยังซบ วาเลนไทน์นี้ไม่ฟื้น
ตลาดดอกไม้อ่วม ปากคลองฯ-ร้านค้าซบ 2 ปี คาดวาเลนไทน์นี้ไม่คึก
ตลาดดอกไม้อ่วม ปากคลองฯ-ร้านค้าซบ 2 ปี คาดวาเลนไทน์นี้ไม่คึก
นายเรวัต จินดาพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิสลิลลี่ ฟลาวเวอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจบริการจัดดอกไม้แบรนด์มิสลิลลี่ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจนำเข้าดอกไม้ซบเซาต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยปากคลองตลาดนำเข้าดอกไม้จากจีนและแหล่งผลิตในไทยปีนี้ คาดจะโตแค่ 10% เมื่อเทียบกับปี 2555-2556 โตกว่า 15% ส่วนในปีที่ผ่านมาตลาดดอกไม้ปากคลองฯยอดขายหดตัวลง 30-40%
ขณะที่ร้านบริการจัดและส่งดอกไม้ของมิสลิลลี่ รายได้หดตัว 10% เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดสาขาหรือกิจการ การมอบดอกไม้ตามวาระต่างๆ ลดลง ส่วนพวงมาลัยสำหรับไหว้พระไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ เพราะคนไทยยังหาที่พึ่งทางใจ ประกอบกับเป็นสินค้าราคาไม่แพงเริ่มต้นเพียง 20 บาทเท่านั้น
สำหรับสภาพธุรกิจดอกไม้ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ถือว่าเป็นช่วงผู้ประกอบการต้องเร่งสร้างรายได้ แม้ว่าราคาดอกกุหลาบจะแพงขึ้นเท่าตัว แต่คนกลุ่มวัยทำงาน วัยรุ่นยังซื้อเพื่อมอบให้แก่คนที่รัก เชื่อว่าสภาพตลาดปีนี้คงไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ยอดขายไม่หวือหวา โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 5-10% หรือสามารถรักษายอดขายได้เท่ากับปีที่ผ่านมาราว 1,000 ช่อ ก็ถือว่าพอใจแล้ว หากเทียบกับในภาวะเศรษฐกิจดีๆ ยอดขายแตะ 2,000 ช่อ
ทั้งนี้ แผนตลาดวาเลนไทน์ได้ปรับลดปริมาณจัดช่อดอกกุหลาบลงจากเริ่มต้นที่ 9 ดอก ราคา 4,000–5,000 บาท ปีนี้เป็นเริ่มต้นที่ 3 ดอก หรือ 6 ดอก ราคา 1,000 บาท เพื่อให้สอดรับกับกำลังซื้อ และขยายฐานลูกค้าใหม่กำลังซื้อไม่มาก ส่วนดอกกุหลาบก้านยาว 110 ซม. ราคาประมาณ 2,000 บาท ซึ่งเป็นสินค้าไฮไลต์กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับซัพพลายเออร์ยุโรป หลังจากไม่ได้นำเข้ามาร่วม 2 ปีแล้ว พร้อมจัดโปรโมชั่นลดราคา 20% เหลือ 300 บาท/ดอก หากสั่งซื้อก่อนวันที่ 5 ก.พ. คาดกระตุ้นยอดขายดอกไม้ได้ 5-10%
นายเรวัต กล่าวว่า ธุรกิจบริการจัดดอกไม้ และตลาดดอกไม้ปากคลองฯ จัดว่าเป็นปีวัดความสามารถของผู้ประกอบการ ร้านค้าจะอยู่รอดได้ต้องมีฐานลูกค้าสม่ำเสมอ บริหารต้นทุนให้ถูกลง เชื่อว่าปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการปิดกิจการไปหลายราย โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กๆ







