
CKได้เฮทริส ขึ้นเครดิตA- หุ้นกู้4พันล้าน
CK ได้เฮ ทริส เรทติ้ง ปรับเพิ่มเครดิต A- หนุนหุ้นกู้ชุดใหม่ 4,000 ล้าน ดอกเบี้ยถูกลง
CK ได้เฮ ทริส เรทติ้ง ปรับเพิ่มเครดิต A- หนุนหุ้นกู้ชุดใหม่ 4,000 ล้าน ดอกเบี้ยถูกลง
บริษัท ทริส เรทติ้ง ประกาศเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของบริษัท ช.การช่าง (CK) เป็น A- จากเดิม BBB+ พร้อมจัดเครดิตให้หุ้นกู้ชุดใหม่วงเงิน 4,000 ล้านบาท ที่ A- โดยบริษัทจะนำเงินไปชำระหนี้คืนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดชำระและนำเงินไปใช้ขยายการลงทุน
ทั้งนี้ การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสะท้อนถึงโครงสร้างทางธุรกิจของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นและความยืดหยุ่นทางการเงินที่ปรับตัวดีขึ้น หลังการปรับโครงสร้างทางธุรกิจซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่หุ้นที่บริษัทถืออยู่ และลดความกดดันในเรื่องการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัทในกลุ่ม
ขณะที่อันดับเครดิตของบริษัทยังคงสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศไทย ตลอดจนผลงานที่เป็นที่ยอมรับในโครงการก่อสร้างพื้นฐานและโครงการที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมทั้งความยืดหยุ่นทางการเงินจากมูลค่าเงินลงทุนเชิงกลยุทธ์ แต่จะถูกบั่นทอนจากความเสี่ยงของสัญญาที่มีลักษณะต่อหน่วยแบบคงที่ และภาระหนี้ที่สูงของบริษัท
สำหรับแนวโน้ม “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันและสามารถรักษาอัตราส่วนกำไรให้อยู่ในระดับสูงกว่า 7% โดยเฉลี่ย รวมทั้งเงินทุนหมุนเวียนในโครงการไซยะบุรีจะปรับตัวดีขึ้น CK ก่อตั้งในปี 2515 โดยตระกูลตรีวิศวเวทย์ บริษัทเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ 3 รายที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย และมีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างตั้งแต่งานโยธาโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงโครงการที่มีความซับซ้อนสูง
ขณะเดียวกัน บริษัทมีเงินลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 4 ราย ได้แก่ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) บริษัท ทีทีดับบลิว (TTW) และบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP)
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 บริษัทมีงานรับเหมาก่อสร้างที่ยังไม่ส่งมอบมูลค่า 9.6 หมื่นล้านบาท และในเดือน ม.ค. 2558 คณะกรรมการของบริษัทได้อนุมัติให้บริษัทเข้าร่วมในการปรับโครงสร้าง 2 ธุรกิจหลัก คือ ให้บริษัทให้การสนับสนุนการควบรวมกิจการของ BECL และ BMCL โดยบริษัทจะซื้อหุ้นของ BMCL จาก BECL ในสัดส่วน 10% ของหุ้น BMCL ทั้งหมดที่มูลค่า 3,670 ล้านบาท หลังจากการควบรวมคาดว่าจะมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทใหม่ 30%
สำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ 2 คือ ให้บริษัทขายหุ้นของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ (XPCL) 30% ของหุ้น XPCL ทั้งหมดให้แก่ CKP ที่มูลค่า 4,300 ล้านบาท และ CKP จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นที่ต้องเพิ่มทุนให้แก่ XPCL จนกว่าการก่อสร้างโครงการเขื่อนไซยะบุรีจะแล้วเสร็จ
ทริส เรทติ้ง คาดว่ารายได้ของ CK น่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท/ปี ในปี 2558-2560 ส่วนอัตราส่วนกำไรในปี 2558-2560 คาดว่าจะสูงกว่า 7% โดยเฉลี่ย ทั้งนี้เครดิตที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของ CK ลดลง
ขณะที่เงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัท คาดว่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท/ปี ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท/ปี และเงินปันผลประมาณ 300-500 ล้านบาท







