posttoday
ยกส่งออกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ

ยกส่งออกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ

31 มกราคม 2558

สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือเรียกร้องรัฐบาลยกเรื่องการส่งออกเป็นวาระแห่งชาติ คาดปีนี้โตเพียง 1.5%

สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือเรียกร้องรัฐบาลยกเรื่องการส่งออกเป็นวาระแห่งชาติ คาดปีนี้โตเพียง 1.5%

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีจัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งออกไทยฉบับใหม่และผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล ไม่ใช่ปล่อยให้กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดูแลและกำหนดทิศทาง เนื่องจากเกรงว่าการส่งออกของไทยในปีนี้อาจขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย ขณะที่เป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์จะผลักดันให้ขยายตัวถึง 4% แต่เศรษฐกิจโลกยังวิกฤต

“สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์การส่งออกให้เป็นวาระแห่งชาติ การตั้งเป้าส่งออกของรัฐบาลไม่ใช่เป็นเป้าส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาลเข้ามาดูแลการจัดตั้งเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ที่ได้ไปทำสัญญาไว้กับหลายประเทศ โดยให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบจริงจังเข้ามาดูแลและผลักดันข้อตกลงต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ รัฐบาลควรตั้ง Hi income อย่างมีเป้าหมายในระยะเวลาที่ตั้งไว้ด้วย” นายนพพร กล่าว

นายนพพร กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกไม่ปกติอยู่ในช่วงสงครามเศรษฐกิจจึงมีความไม่แน่นอน โดยมีกลุ่มประเทศที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน 3 กลุ่มใหญ่ 1.สหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป 2.กลุ่ม BRICS บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ และ 3.กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

กลุ่มแรก สหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป ใช้มาตรการทางการเงินเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจและกลุ่มนี้มีปัญหาทางเศรษฐกิจมาโดยตลอด สหรัฐไม่มีต้นทุนสำรอง พิมพ์เงินได้โดยไม่จำกัด ญี่ปุ่นถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกันเพราะใช้มาตรการทางการเงิน โดยสหรัฐยินยอม ส่วนยุโรปมีปัญหาทางการเงินและเศรษฐกิจและมักออกมาตรการกีดกันทางการค้า

กลุ่มที่สอง กลุ่ม BRICS พยายามหลีกเลี่ยงการใช้เงินเหรียญสหรัฐรวบรวมทองเพื่อเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจของตัวเอง กลุ่มสุดท้าย ประเทศตะวันออกกลางที่ใช้น้ำมันเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ ยิ่งลดราคาน้ำมันลงก็สามารถทำลายกลุ่มประเทศที่ขุดน้ำมันใหม่ได้

“จากข้อมูลข้างต้นหากไทยยังไม่ปรับตัว ก็จะเป็นเหมือนหญ้าแพรก ดังนั้นรัฐบาลควรมียุทธศาสตร์ป้องกันเศรษฐกิจไทย และพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาค” นายนพพร กล่าว

นายนพพร ประเมินว่า การส่งออกของไทยในปีนี้จะขยายตัวแค่ 1.5% มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2.31 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากปลายปี 2557 ที่คาดการณ์ว่า การส่งออกจะขยายตัวได้ 2.5% เนื่องจากไม่ได้รวมผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง และจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการทางการเงินของประเทศคู่ค้าทั้งญี่ปุ่นและยุโรป รวมถึงการที่เศรษฐกิจสหรัฐและญี่ปุ่นเริ่มปรับตัวดีขึ้น

นายรติดนัย หุ่นสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตลาดส่งออกของไทยที่จะขยายตัวมากสุด คือ ตลาดสหรัฐ จะขยายตัวได้ 5% ตลาดญี่ปุ่นขยายตัว 3% ตลาดอาเซียนน่าจะขยายตัวได้ 1.5% ขณะที่ตลาดยุโรปจะติดลบ 4% เนื่องจากเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยุโรปชะลอตัว ระดับราคาสินค้าผู้บริโภคหดตัวและปัญหาหนี้สาธารณะยังเป็นอุปสรรค

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท