posttoday
ดีไซเนอร์ชาวเอมิเรตส์ ธุรกิจอนาคตไกล

ดีไซเนอร์ชาวเอมิเรตส์ ธุรกิจอนาคตไกล

30 มกราคม 2558

ผู้หญิงกับเสื้อผ้ามักเป็นของคู่กันเสมอ แต่สาวๆ หลายคนก็มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นมากกว่าผู้เสพแฟชั่น คือการได้ลงมือออกแบบและตัดเสื้อผ้าด้วยตัวเองเลย เฉกเช่นหญิงสาวจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่เริ่มหันมาให้ความสนใจกับอาชีพนี้กันมากขึ้น และประสบความสำเร็จไปแล้วหลายคน

ผู้หญิงกับเสื้อผ้ามักเป็นของคู่กันเสมอ แต่สาวๆ หลายคนก็มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นมากกว่าผู้เสพแฟชั่น คือการได้ลงมือออกแบบและตัดเสื้อผ้าด้วยตัวเองเลย เฉกเช่นหญิงสาวจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่เริ่มหันมาให้ความสนใจกับอาชีพนี้กันมากขึ้น และประสบความสำเร็จไปแล้วหลายคน

คาว์ลา บิน คีเดีย ก็เป็นหญิงสาวรายหนึ่งที่หันมายึดอาชีพออกแบบเสื้อผ้า โดยเริ่มคิดจะเข้าสู่วงการนี้ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และมีคนชมว่าเสื้อผ้าที่ทำเองนั้นสวยดี

“ในช่วงปีแรกของมหาวิทยาลัย มีหลายๆ คนเดินมาหาฉันเพื่อบอกว่าชอบชุดที่ใส่ และถามว่าไปซื้อมาจากไหน จากนั้นเพื่อนของฉันก็บอกว่าน่าจะลองออกแบบคอลเลกชั่นเสื้อผ้าของตัวเองดู ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเริ่มตรงไหน แต่เพื่อนๆ กับครอบครัวก็เป็นคนผลักฉันให้สำเร็จจนได้” สาวชาวเอมิเรตส์ วัย 21 ปีรายนี้ กล่าว

ในปัจจุบัน บิน คีเดีย เป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นร่วมกับน้องสาวโรดา ที่อายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น และตั้งชื่อบริษัทว่า “คาว์ลา โรดา” ซึ่งแม้ว่าจะเปิดกิจการได้เพียงแค่ปีเดียว แต่เสื้อผ้าของร้านนี้ก็ไปวางขายบนร้านค้าบูติกชั้นนำทั่วประเทศยูเออี รวมถึงเพื่อนบ้านจาการ์ตาด้วย

เรื่องราวของสองสาวพี่น้องตระกูลบิน คีเดีย ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพราะบรรดาผู้หญิงต่างเลือกตบเท้าขึ้นมายืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองมากขึ้น และเลือกที่จะทำธุรกิจแฟชั่น ภายหลังจากที่รัฐบาลของยูเออีได้ออกมากระตุ้นให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในวงการเอกชนมากขึ้น

ทางด้าน ซาร่า อัล-มาดานี ดีไซเนอร์สาวอีกราย ก็มองว่าทัศนคติในสังคมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีหลังนี้ อัล-มาดานี เริ่มตั้งบริษัทของตัวเองใกล้เมืองดูไบในปี 2010 ในขณะที่มีอายุแค่ 15 ปีเท่านั้น

“ฉันเริ่มต้นทำธุรกิจนี้ตอนที่วงการนี้ยังถือเป็นโลกของผู้ชายอยู่ และตอนนี้เราก็มีการปฏิวัติด้านความคิดแล้ว” อัล-มาดานี ระบุ

ในปัจจุบัน มีสัดส่วนผู้หญิงที่ทำธุรกิจในยูเออีมากกว่า 30% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับในปี 2011 ที่มีผู้ประกอบการหญิงเพิ่มขึ้นเพียง 1.4% ส่วนในปี 2006 ก็มีเพียง 0.1% เท่านั้น และความหวังในอนาคตก็คือ จะมีอัตราเจ้าของธุรกิจหญิงและชายเท่าเทียมกัน หรืออาจจะมากกว่าผู้ชายอีกด้วยซ้ำ เนื่องจากทำงานส่วนของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

ไม่ใช่เพียงแค่นโยบายของรัฐบาลเท่านั้นที่เป็นส่วนขับเคลื่อนให้ผู้หญิงหันเข้าสู่วงการธุรกิจมากยิ่งขึ้น ทว่า วัฒนธรรมการทำงานที่เปลี่ยนไปของประเทศเองก็มีส่วนเช่นกัน เนื่องจากเวลาทำงานมักจะเริ่มเช้ามากๆ และสิ้นสุดที่ 14.40 น. ดังนั้นก็มีเวลาเหลือที่จะหารายได้เสริมจากการทำธุรกิจ

“ฉันทำงานให้กับรัฐบาล แต่ว่าใช้เวลาว่างที่เหลือไปกับการทำธุรกิจ” ฟัตมาห์ อัล-โมซา เจ้าของกิจการหญิงที่ออกแบบอบายะห์ หรือชุดคลุมสำหรับสตรีมุสลิม กล่าว

 เช่นเดียวกับ บิน คีเดีย ที่แบ่งเวลาทำงานภาครัฐ และดูแลกิจการ ซึ่งในช่วงเช้าพนักงานจะต้องดูแลร้านเอง ส่วนตัวเจ้าของนั้นจะเข้ามาในช่วงบ่าย

“80% ของผู้ประกอบการหญิงชาวเอมิเรตส์ทำงานเต็มเวลาด้วย และส่วนใหญ่ทำงานให้กับรัฐบาล” คอนนี แวน ฮอร์น ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยซายีด กล่าว พร้อมเสริมว่าธุรกิจขนาดเล็ก “เปรียบเสมือนงานอดิเรก” สำหรับสาวๆ เหล่านี้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี