
ธปท.แจงค่าเงินไม่ผันผวน
ธปท.ระบุค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่ากว่าสกุลเงินอื่นๆ เทียบกับต้นปีที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้น 2.9%อยู่ในระดับแข็งได้และเคลื่อนไหวตามทิศทางในภูมิภาค
ธปท.ระบุค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่ากว่าสกุลเงินอื่นๆ เทียบกับต้นปีที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้น 2.9%อยู่ในระดับแข็งได้และเคลื่อนไหวตามทิศทางในภูมิภาค
นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในขณะนี้ไม่ได้แข็งค่ามากกว่าสกุลอื่นๆ เนื่องจากยังเคลื่อนไหวจับกลุ่มอยู่ในระดับเดียวกับสกุลในภูมิภาค และเมื่อดูดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริง(NEER) และเปรียบค่าความผันผวนกับสกุลอื่นๆแล้วค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 3% ซึ่งต่ำกว่าเงินมาเลเซียที่ 10% และเกาหลีก็อยู่ในระดับค่อนข้างสูง
“ค่าเงินบาทเราไม่ได้ผันผวน แข็งค่ามาก ธปท.ยังติดตามดูแลไปตามปกติ แต่ส่วนใหญ่จะปล่อยให้ค่าเงินบาทเป็นไปตามกลไกลตลาด การเข้าดูแลก็ดูแลตามความจำเป็น” นางสุชาดากล่าว
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีนี้ที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้น 2.9% สิงคโปร์ 0.84% มาเลเซีย 5.3% อินโดนีเซีย 3.01% เวียดนาม 2.95% ฯลฯ ซึ่งสกุลส่วนใหญ่ในภูมิภาคจะเข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ยกเว้นเงินยูโรที่มีปัญหาได้รับผลกระทบค่อนข้างมากทำให้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ โดยช่วงที่มีวิกฤตในยูโรโซน เงินยูโรอ่อนค่าลงไปอยู่ที่ 1.8-1.9 ยูโร/เหรียญสหรัฐ แต่ขณะนี้ปรับแข็งค่าขึ้นมาบ้างอยู่ที่ระดับ 1.23 ยูโร/เหรียญสหรัฐ
นางสุชาดา เปิดเผยว่า ภาวะอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทในขณะนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการมากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่รู้จักใช้เครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เช่น การซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนแลกกับเงินบาทล่วงหน้า (Headging) อยู่แล้ว แต่ก็ยอมรับว่ามีบางราย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังเลือกวิธีการเก็งกำไรหรือรอผลประโยชน์จากการแข็งหรืออ่อนค่าของเงินบาท เพราะคิดว่าการซื้อป้องกันความเสี่ยงมีต้นทุนสูงคุ้มกับวงเงินการค้าที่ไม่สูงมาก
แต่อย่างไรก็ตาม ธปท.ได้มีการประสารกับองค์กรต่างๆ เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เพื่อจัดบุคลากรธปท.ไปจัดอบรมให้ความรู้ในการบริหารความเสี่ยงค่างเงินแก่ผู้ประกอบการบ้างแล้ว เบื้องต้นน่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนก.ค.ปีนี้







