posttoday
ปฏิรูประบบราง แนะพัฒนาคนรับ-ดึงเอกชนร่วม

ปฏิรูประบบราง แนะพัฒนาคนรับ-ดึงเอกชนร่วม

29 มกราคม 2558

การคมนาคมขนส่งของไทยกำลังเข้าสู่โหมดการปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยเฉพาะโครงการสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานระบบรางที่อยู่ในงบ 3 ล้านล้านบาท ล่าสุดรัฐบาลได้เคาะงบเดินหน้าการลงทุนรถไฟไทย-จีนกว่า 4 แสนล้านบาท ถือเป็นเรื่องดีที่มีการผลักดันระบบรางไทยให้เดินหน้าเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากในอดีตที่ถูกละเลยและไม่มีแผนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

การคมนาคมขนส่งของไทยกำลังเข้าสู่โหมดการปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยเฉพาะโครงการสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานระบบรางที่อยู่ในงบ 3 ล้านล้านบาท ล่าสุดรัฐบาลได้เคาะงบเดินหน้าการลงทุนรถไฟไทย-จีนกว่า 4 แสนล้านบาท ถือเป็นเรื่องดีที่มีการผลักดันระบบรางไทยให้เดินหน้าเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากในอดีตที่ถูกละเลยและไม่มีแผนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทยนั้นยังไม่พร้อมที่จะสนับสนุนให้เราก้าวขึ้นมาเป็นฮับทางด้านการขนส่งในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากยังขาดการสนับสนุนจากรัฐบาลและมีการวางแผนที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้ว่าระบบรางไทยนั้นมีมานานแต่ถูกละเลย โดยปัจจุบันระบบรางมีการเดินรถทั้งระบบเพียง 4,000 กม. ห่างจากประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นที่มีรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 4 หมื่น กม.

“รัฐบาลต้องการให้ไทยเป็นฮับในหลายด้าน รวมถึงด้านการขนส่งหรือโลจิสติกส์ด้วย แต่ที่ผ่านมากลับไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  ตั้งแต่ด้านบุคลากรรวมไปถึงการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา ทำให้ระบบรางไทยไม่มีเทคโนโลยีที่เริ่มพัฒนาขึ้นเอง จึงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี ญี่ปุ่น และในอนาคตก็จะมีจากจีนเพิ่มขึ้น” สุชัชวีร์ กล่าว

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันรัฐบาลต้องการให้เกิดระบบราง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ รถไฟกึ่งความเร็วสูง รถไฟฟ้าบนดิน รถไฟฟ้าใต้ดิน ให้ครอบคลุมระยะทางมากกว่า 3 หมื่น กม.ทั่วประเทศ ซึ่งจะมี
ไม่น้อยกว่า 400 สถานี แต่ยังขาดความพร้อมด้านบุคลากรด้านวิศวกรรม โดยเฉพาะหลักวิศวกรรมขนส่งทางราง ช่างเทคนิค เนื่องจากความต้องการกำลังคนในระบบขนส่งทางรางในปี 2563 จะต้องใช้มาถึง 3.1 หมื่นคน แบ่งเป็นวิศวกร 6,000 คน ช่างเทคนิค 1.2 หมื่นคน ที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสถานี 1.3 หมื่นคน

สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า รัฐบาลได้มีการทบทวนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและระบบรางของประเทศ โดยวางกรอบเวลา 15 ปี รวมมูลค่า 3 ล้านล้านบาท ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ  เมื่อเร็วๆ นี้กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้ารถไฟทางคู่ไทย-จีน ซึ่งเป็นทางมาตรฐาน 1.435 เมตร ในงบประมาณ 4 แสนล้านบาท ประกอบด้วยรถไฟทางคู่หนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด และกรุงเทพฯ-แก่งคอย รวมระยะทาง 873 กม. ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีครึ่ง และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ปลายปี 2560 ซึ่งประเทศใดที่เข้ามาร่วมลงทุนก็ต้องมีการแบ่งผลประโยชน์ให้กับประเทศนั้นๆ   

“ที่ผ่านมาขนส่งทางรางไทยนั้นมีปัญหาสั่งสมมานาน โดยเฉพาะปัญหาขาดทุนเพราะระบบถนนนั้นรัฐบาลเป็นผู้จ่ายค่าสร้างถนนและประชาชนซื้อรถมาวิ่ง แต่ระบบรางนั้นการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องลงทุนทำเองทุกอย่าง ดังนั้นจึงควรแยกโครงสร้างออกมาจากการประกอบการ แบ่งแยกระบบรางออกมา เช่น อาจจะตั้งเป็นกรมรางขึ้นและควรพิจารณาถึงความเหมาะสมที่จะให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน เพราะการขนส่งทางรางเป็นกลไกสำคัญในการกระจายการเติบโต” สุเมธ กล่าว

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ไทยต้องมีการปฏิรูประบบรางอย่างเป็นรูปธรรม รวมไปถึงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันให้ไทยสามารถแข่งขันได้ในการเป็นฮับการขนส่งอาเซียน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท