
จันทร์นภา สายสมร..ถ้าการเมืองนิ่งปีนี้ลามิน่าขอโต20%
การเติบโตในช่วง 5 เดือนแรกของปี น่าจะมาจากอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตของตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มซิตี้คาร์ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
การเติบโตในช่วง 5 เดือนแรกของปี น่าจะมาจากอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตของตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มซิตี้คาร์ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
เตรียมตัวฉลองครบรอบ 15 ปีการทำตลาดในประเทศไทยแล้ว สำหรับฟิล์มกรองแสงลามิน่า ซึ่งยืนหยัดคู่กับแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปีนี้ลามิน่าประกาศตั้งเป้าหมายการเติบโตที่ 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาและเหนือกว่าการเติบโตของตลาดที่คาดว่าจะอยู่ที่ 5%
อย่างไรก็ตาม หลังผ่านการทำตลาดในช่วง 5 เดือนแรกของปี ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดรถยนต์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ลามิน่าประกาศความสำเร็จด้วยยอดจำหน่ายที่เติบโตถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
จันทร์นภา สายสมร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) ตัวแทนจำหน่ายฟิล์มกรองแสงลามิน่า และฟิล์มหมวดพิเศษลูม่าร์ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว ประกาศว่าแม้ตัวเลขใน 5 เดือนแรกจะดูดี แต่ยังไม่ประกาศปรับเป้าหมายการจำหน่ายในปีนี้ เนื่องจากต้องดูสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยยังคงเป้า 480 ล้านบาทต่อปี จากปีที่ผ่านมา 420 ล้านบาท
“จริงๆ แล้วหากสถานการณ์ทางการเมืองสงบดีแล้ว เราเชื่อว่าตัวเลขการเติบโตในปีนี้จะสูงถึง 20%”
สำหรับการเติบโตในช่วง 5 เดือนแรกของปี น่าจะมาจากอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตของตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มซิตี้คาร์ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมของการติดตั้งฟิล์มในรถยนต์ใหม่ยังไม่หดตัว
นอกจากนี้ จากสถิติของบริษัทที่เก็บมา พบว่ารถยนต์เก่า หรือป้ายดำ หันมาติดตั้งฟิล์มกรองแสงใหม่กันมากขึ้น อาจจะเป็นผลจากการที่อากาศร้อนขึ้น ทำให้เจ้าของรถหันมาเปลี่ยนฟิล์ม ถ้าดูจากสถิติ เดิมสัดส่วนของรถป้ายดำจะอยู่ที่ 40% รถป้ายแดง 60% แต่ปีนี้ สัดส่วนขยับมาอยู่ที่ 50 : 50
ขณะที่ภาพรวมการแข่งขันในตลาดฟิล์ม ในช่วงครึ่งแรกพบว่ามีฟิล์มกรองแสงรายใหม่ๆ เปิดตัวเข้ามามากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของตลาดฟิล์มกรองแสงอยู่แล้ว และในช่วงครึ่งหลังของปีก็เชื่อว่าตลาดจะยังแข่งขันอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการทุกรายก็คงต้องกลับมาอัดแคมเปญโปรโมชันกันมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการรายใหม่ต้องพยายามแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด ขณะที่ผู้ประกอบการรายเดิม ก็ต้องพยายามรักษาส่วนแบ่งการตลาดของตัวเองเอาไว้ให้ได้
“อย่างไรก็ตาม มองว่าการแข่งขันที่รุนแรงจะไม่ทำให้ตลาดขยายตัวมากเกินไป เนื่องจากตลาดฟิล์มกรองแสงจะไม่เติบโตแบบหวือหวาอยู่แล้ว หากจะเติบโตก็เป็นการเติบโตตามตลาดรถยนต์นั่งมากกว่า ซึ่งเชื่อว่าหากตลาดรถยนต์โต 10% ตลาดฟิล์มกรองแสงโดยรวมก็จะขยายตัวตามในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ตลาดรวมกลับมามีมูลค่า 1,100-1,200 ล้านบาท จากภาพรวมของปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 900-1,000 ล้านบาท”
สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น จันทร์นภา ยังมั่นใจตัวเลขตลาดรถยนต์ปีนี้น่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ 6.5 แสนคัน แต่ยังหวั่นในเรื่องของสถานการณ์ทางการเมืองว่าจะส่งผลกระทบหรือไม่ ซึ่งตัวเลขตลาดรถยนต์เดือน พ.ค. ยังไม่มีการรายงานออกมา ทำให้ต้องขอดูสถานการณ์ในเดือน พ.ค. ซึ่งคาดว่าจะเป็นเดือนที่ตลาดรถยนต์ได้รับผลกระทบมากอีกครั้ง
ถือเป็นการประเมินสถานการณ์ตลาดของผู้นำในธุรกิจอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ที่วันนี้แม้จะมีความเชื่อมั่นกับภาพรวมของเศรษฐกิจที่ยังเดินหน้าไปได้สวย แต่ก็อดหวั่นใจกับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอื่นๆ ไม่ได้
ส่วนจะได้ปรับเป้าจาก 15% เป็น 20% หรือไม่ รอดูตัวเลขยอดขายรถยนต์อีกสัก 1-2 เดือนนี้ คงได้รู้กันว่าฉลองครบรอบ 15 ปี ลามิน่าจะมีข่าวดีมาแถลงกันอีกครั้งหรือไม่!!!







