posttoday
ปล่อยโคมลอย-ยิงปืนขึ้นฟ้า

ปล่อยโคมลอย-ยิงปืนขึ้นฟ้า

28 มกราคม 2558

ประเพณี “ยี่เป็ง” เป็นคำเรียกของชาวล้านนา หรือที่ภาคอื่นเรียกว่า “การปล่อยโคมลอย” มีขึ้นในช่วงเทศกาลลอยกระทง เพื่อการสักการะต่อพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ โดยเชื่อว่าพระบรมสารีริกธาตุทั้งหมดของพระพุทธเจ้าจะมารวมอยู่ที่พระเจดีย์จุฬามณีเป็นหนึ่งเดียว จุดประสงค์ดั้งเดิมของชาวล้านนาจึงไม่ใช่เพื่อความรื่นเริงบันเทิง

หลายครั้งที่การปล่อยโคมลอยที่ไม่ใช่การอนุรักษ์ประเพณี เช่น งานเลี้ยงขันโตก งานปีใหม่ การปล่อยโคมลอยจึงมีมากขึ้น เทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2558 มีโคมลอยลอยตกในท่าอากาศยานเชียงใหม่ร่วม 200 ลูก มากกว่างานลอยกระทง แม้จะขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับอากาศยานก็ตาม

ที่เป็นข่าวและเกือบจะเป็นโศกนาฏกรรรม คือ โคมลอยที่ปล่อยในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้น เข้าไปติดเครื่องยนต์ของเครื่องบินบางกอกแอร์เวย์ส ขณะลงจอดที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ แต่โชคดีที่ไม่เกิดอุบัติเหตุหรือสร้างความเสียหายให้แก่เครื่องบิน

แม้จะมีความเชื่อว่าเมื่อโคมลอยลอยไปก็นำความทุกข์ลอยไปกับโคมเช่นเดียวกับการปล่อยปลาไหล แต่ความจริงแล้ว การปล่อยโคมลอย อาจทำให้ผู้ปล่อยมีความผิดตามกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 มาตรา 6 (3) กำหนดว่า ผู้ใดกระทําแก่อากาศยานในระหว่างบริการด้วยกลอุปกรณ์ วัตถุ หรือด้วยวิธีใดๆ อันอาจทำลายอากาศยาน หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่อากาศยาน เพื่อให้อากาศยานนั้นไม่สามารถทำการบินหรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างการบินต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี

แม้การปล่อยโคมลอยจะเป็นการสืบสานประเพณี แต่การปล่อยโคมลอยก็อาจสร้างความเสียหายต่ออากาศยานได้ และต้องรับโทษทางอาญาถึงขั้นประหารชีวิต เช่นเดียวกับการยิงปืนขึ้นฟ้า ที่มักจะนิยมทำกันในช่วงเคาต์ดาวน์

การนำปืนไปในงานเลี้ยง และยิงปืนขึ้นฟ้าที่อาจสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้ยิง ผู้ยิงจะมีความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัว โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มีโทษคือจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท

หลายคนคงคิดว่ากระสุนยิงขึ้นฟ้าคงจะหายไป ซึ่งความเป็นจริงแรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงทุกอย่างให้ลงต่ำลงมา กระสุนจึงต้องลงร่วงลงมา เช่น ปืนขนาด .45 ถ้ายิงขึ้นฟ้าในมุม 30 องศา กระสุนปืนจะวิ่งไปได้ไกล 1,200 เมตร และมีแรงตกลงมา 251 กม./ชม. ส่วนกระสุนขนาด 9 มม. จะไปได้ไกล 1,318 เมตร และมีแรงตกลงมา 246 กม./ชม. ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามาก ตำรวจมีวิธีการคำนวณวิถีกระสุนปืน และสามารถติดตามผู้กระทำผิดได้

หลายครั้งที่มีผู้โดนลูกหลงจากกระสุน บ้างก็ถึงแก่ชีวิต บ้างบาดเจ็บปางตาย บ้างบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งตามกฎหมาย หากการยิงปืนขึ้นฟ้าและกระสุนร่วงลงทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ถือว่าผู้กระทำกระทำโดยประมาทซึ่งมีโทษทางอาญาต่างกันไป หากเสียชีวิตมีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หากได้รับอันตรายสาหัส มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นเป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังและควรมีจิตสำนึก อย่าทำไปเพราะเพียงแค่คำนึงถึงความพึงพอใจส่วนตัว ทั้งที่การปล่อยโคมลอยและยิงปืนขึ้นฟ้าอาจทำให้บุคคลอื่นบาดเจ็บหรือตายได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพื่อไม่ให้อุบัติเหตุในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท