
ญนน์ลั่นชิงรายย่อย
แบงก์ไทยพาณิชย์ประกาศชิงแชมป์สินเชื่อเอสเอ็มอี ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งภายใน 2-3 ปี
แบงก์ไทยพาณิชย์ประกาศชิงแชมป์สินเชื่อเอสเอ็มอี ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งภายใน 2-3 ปี
นายญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายที่จะเป็นอันดับ 1 ในด้านการปล่อยสินเชื่อรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี ภายใน 2-3 ปี จากปัจจุบันที่อยู่ในอันดับ 3 โดยปีนี้มีนโยบายจะเน้นเอสเอ็มอี โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตสินเชื่อเอสเอ็มอีไว้ 10-15% เน้นกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีเกี่ยวกับธุรกิจก่อสร้าง ค้าปลีก และการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการทำตลาด รวมทั้งจะผลักดันให้ลูกค้าเอสเอ็มอีที่เคยใช้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอยู่ประมาณ 1.4-1.5 ล้านคน หันมาใช้บริการสินเชื่อเอสเอ็มอีแทน
ปัจจุบันธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีประมาณ 3.5 แสนล้านบาท คิดเป็น 19% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด 1.7 ล้านล้านบาท โดยเน้นปล่อยสินเชื่อกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่มีรายได้ประมาณ 10-30 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้มีอยู่ในพอร์ตน้อยมาก เทียบกับฐานลูกค้าที่มีอยู่ทั้งหมด 15 ล้านราย
“แม้ว่าธนาคารพาณิชย์ต่างๆ จะมีการแข่งขันให้สินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้น แต่ธนาคารมีจุดเด่นด้านการบริการที่ดีที่สุด มีเครือข่ายสาขามากที่สุด 1,280 สาขาทั่วประเทศ รวมทั้งมีการให้บริการที่เข้าถึงง่ายขณะเดียวกันจะปรับปรุงสาขาให้มีทีมงานปรึกษาด้านการเงินให้เอสเอ็มอี”นายญนน์ กล่าว
สำหรับสินเชื่อรวมนั้น ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าเติบโตไว้ 5-7% จากยอดสินเชื่อคงค้างปีนี้ที่ 1.7 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อรายใหญ่ 37% สินเชื่อรายย่อย 44% และสินเชื่อเอสเอ็มอี 19%
ด้าน นายอาทิตย์ นันวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 3-3.5% ดีกว่าปีก่อนที่ขยายตัวเพียง 1% จึงคาดว่าปีนี้สินเชื่อจะขยายตัวได้ปานกลาง 5-7% ใกล้เคียงกับระบบ และสูงกว่าปีก่อนที่ขยายตัวเพียง 2.4% สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยตั้งเป้าโต 10-14% หลังจากหดตัวถึง 6.9% ในปี 2557 ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (นิม) 3.2-3.3% และจะดูแลสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่
2.1-2.3% ของสินเชื่อรวมจาก 2.11% ในปี 2557
สำหรับความท้าทายของธนาคารไทยพาณิชย์ในปี 2558 คือ การรักษาการเติบโตของธุรกิจหลัก การสร้างการเติบโตในธุรกิจเอสเอ็มอี การขยายฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงการนำองค์กรสู่ดิจิทัล และสร้างแนวทางดำเนินธุรกิจแบบใหม่ มีการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร และวางโครงสร้างระบบองค์กรและการบริหารจัดการในทิศทางใหม่







