
นันแบงก์คึกคัก แห่ยื่นนาโนไฟแนนซ์
โดย...พรสวรรค์ น้ันทะ
โดย...พรสวรรค์ น้ันทะ
ผู้ประกอบการธุรกิจการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) แสดงความสนใจประกอบธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์จำนวนมาก หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศเรื่องการประกอบธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 2558
รณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังจากประกาศมีผลบังคับใช้ได้ 2 วัน ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการแสดงความสนใจสอบถามข้อมูลและยื่นขอใบอนุญาตแล้วถึง 14 ราย หากยื่นเอกสารและหลักฐานครบถ้วนก็สามารถยื่นสมัครกับ ธปท. จากนั้น ธปท.จะเสนอคลังอนุมัติได้ 60 วันก็ปล่อยกู้ได้เลย โดยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์จะปล่อยให้บุคคลธรรมดา คิดดอกเบี้ย รวมค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับต่างๆ แล้วต้องไม่เกิน 36% ต่อปี ให้กู้ได้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท
ทั้งนี้ ผู้จะประกอบธุรกิจปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วขั้นต่ำ 50 ล้านบาท กำหนดอัตราหนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้นไม่เกิน 7 เท่า คือถ้าผู้ประกอบการรายใหม่มีทุน 50 ล้านบาท จะปล่อยกู้ได้สูงสุด 400 ล้านบาท (รวมทุน 50 ล้านบาท) ซึ่งหากมีผู้สนใจร่วมปล่อยกู้ 10 ราย จะมีวงเงินสินเชื่อรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท เป็นต้น ส่วนรายเก่าที่ประกอบธุรกิจอยู่แล้ว แต่มีอัตราส่วนเกินจากกำหนด ธปท.จะผ่อนผันให้ปรับลดหนี้ให้มาอยู่ในเกณฑ์ภายใน 1 ปี
“ธปท.จำเป็นต้องกำหนดอัตราหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 7 เท่า เพื่อดูแลการขยายตัวของสินเชื่อในสถาบันการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้ ธปท.จะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนทุนจดทะเบียนที่ 50 ล้านบาท จะจูงใจให้ผู้ประกอบการมายื่นขอใบอนุญาตร่วมปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์หรือไม่ ต้องติดตามดูว่าผู้สนใจยื่นใบสมัครจะมองอย่างไร” รณดล กล่าว
สำหรับผลสำรวจของ ธปท.ล่าสุด ณ ปี 2556 พบว่า มีคนเป็นหนี้นอกระบบประมาณ 6 แสนครัวเรือน และมีครัวเรือนที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่ออยู่ประมาณ 1.3 ล้านครัวเรือน
รณดล กล่าวถึงกรณีที่นาโนไฟแนนซ์จะเพิ่มสัดส่วนหนี้ครัวเรือนให้สูงขึ้นหรือไม่ ว่าควรดูที่วัตถุประสงค์ เพราะนาโนไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพและเสริมรายได้ ซึ่งจะดีในระยะยาว และจะไม่มีการยกเว้นภาษีให้ผู้ประกอบการเป็นพิเศษ และไม่มีการบังคับให้ต้องส่งประวัติลูกหนี้เข้าเครดิตบูโรด้วย
กรณีที่เป็นห่วงว่า ผู้ประกอบการปล่อยกู้จะผลักสินเชื่อส่วนบุคคลที่คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 28% ไปเป็นสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ที่คิดดอกเบี้ยได้ 36% จนผู้กู้ได้รับผลกระทบนั้น ธปท.มีระเบียบหลักเกณฑ์ในการดูแลอยู่แล้ว การจะย้ายหนี้ไปคิดดอกเบี้ยสูงขึ้นได้ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน และต้องพิสูจน์ต่อ ธปท.ให้ได้ว่าลูกหนี้มีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างไรจนจำเป็นต้องคิดดอกเบี้ยเพิ่ม ก่อนจะย้ายประเภทสินเชื่อ เพราะผู้ประกอบการต้องรายงานสินเชื่อ ดอกเบี้ยที่คิด และวงเงินที่ปล่อยกู้ให้ ธปท.รับทราบทุกเดือนอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ต้องรายงานแผนการปล่อยกู้ ขบวนการคัดกรองลูกหนี้ รวมทั้งต้องรายงานกระบวนการติดตามหนี้ด้วย โดยผู้ประกอบการที่่สนใจสามารถยื่่นขอใบอนุญาตได้ที่สำนักงานใหญ่ ธปท. และสำนักงานภาคทั่วประเทศ







