posttoday
นายกฯเผยสั่งกระตุ้นศก.-ส่งออกต่อเนื่อง

นายกฯเผยสั่งกระตุ้นศก.-ส่งออกต่อเนื่อง

27 มกราคม 2558

นายกฯเผยสั่งการต่อเนื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ- ส่งออก เพราะรู้ปัญหาช่วงปลายปี เผยข้าวในสต็อคต้องเสียค่าดูแลเดือนละ2.6พันล้าน

นายกฯเผยสั่งการต่อเนื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ- ส่งออก เพราะรู้ปัญหาช่วงปลายปี เผยข้าวในสต็อคต้องเสียค่าดูแลเดือนละ2.6พันล้าน

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-การส่งออกในปี 2558 ว่า ได้สั่งการมาตลอดเพราะรู้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาบ้างในภาวะเศรษฐกิจช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจระดับโลก ปัจจัยภายนอกต่างๆ รวมถึงความเข้มแข็งของไทยค่อนข้างน้อย ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ของไทยเป็นธุรกิจขนาดย่อย (เอสเอ็มอี) ไม่มีความเข้มแข็งพอจึงยังสู้ต่างประเทศไม่ได้ ตลาดก็เป็นตลาดเดิม ซึ่งวันนี้รัฐบาลทุกประเทศก็ได้พัฒนาตลาดของตัวเองและไทยก็ได้เริ่มทำบ้างแล้วทั้งในเรื่องการส่งออกข้าวและอื่นๆ ที่ต้องส่งออกไปตามสัญญาเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วทำไว้ ส่วนสัญญาใหม่อยู่ในขั้นตอนการประมูลเพราะฉะนั้นข้าวที่ส่งออกขณะนี้ล้วนเป็นข้าวใหม่ทั้งสิ้นเนื่องจากต่างชาตินิยมข้าวใหม่ และข้าวเก่าของไทยก็ราคาตกลงเรื่อยๆ จึงถูกมองว่านโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้วสร้างความเสียหาย

"ถ้าท่านตัดสินกันเองว่าไม่เสียหายก็ไม่เสียหาย ถ้าท่านว่าอย่างนั้นก็คงเป็นแบบนั้น แต่ถามว่าข้าวที่ค้างอยู่ในคลังตอนนี้จะทำอย่างไร เพราะถ้าขายราคาก็ตกเราก็ขาดทุน แต่อาจไม่ขาดทุนมากเพราะยังมีข้าวอยู่ ซึ่งการขายข้าวก็ต้องดูว่าราคาปัจจุบันอยู่ที่เท่าไร หากรัฐบาลพยายามขายข้าวทั้งๆ ที่รู้แล้วว่าขาดทุน สุดท้ายรัฐบาลก็ถูกมองว่าขายข้าวขาดทุนเยอะ ผมก็เสียหายอีกใช่หรือไม่ แต่หากไม่ขายข้าวเราก็ต้องเสียค่าดูแลคลังเดือนละ 2,600 ล้านบาทรวมถึงค่ารถเมล์ รถไฟอีก 2,000 ล้านบาท รวมเป็น 4,600 ล้านบาท" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พยายามจัดระเบียบคนจนในหลายๆ อาชีพ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเสียเงินไปกับการเกษตรจำนวนมากเพราะมีการเพาะปลูกมาก โดยงบประมาณของรัฐบาลมาจากการเก็บภาษี ซึ่งหากมีการลดการเก็บภาษีทั้งหมดก็จะไม่มีเงินเข้าคลัง เนื่องจากตอนนี้ต้องใช้เงินบริหารงานมากกว่าปกติ รวมถึงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ส่วนหนึ่งไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมดเพราะต้องนำเงินมาใช้ในโครงการของรัฐบาลประมาณ 2,000 ล้านบาทแล้วส่วนที่เหลือก็ใช้ชำระหนี้สาธารณะเพราะฉะนั้นเงินจะเหลือช่วยประชาชนไม่ถึงครึ่งของ 7,500 ล้านบาท จึงนำเงินมาช่วยเรื่องข้าวและคนจนได้ไม่เต็มที่ และจะต้องเบียดเบียนงบของข้าราชการแต่ละกระทรวงที่มีแผนงานอยู่แล้ว

"ดังนั้นเราจึงต้องทำให้เหลืองบลงทุนมากที่สุดเพื่อสร้างความเข้มแข็ง แต่ทั้งหมดจะเกิดขึ้นวันเดียวไม่ได้เพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยสร้างความเข้มแข็งอะไรเลย วันนี้ต้องเอากองทุนทั้งหมดมาปรับเพื่อพัฒนาให้ช่วยเหลือคนจนในทุกๆ ด้าน"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่ธนาคารกลางยุโรปออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) เดือนละ 60,000 ล้านยูโรยั้ย ได้เรียกธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง มาหารือเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามาสอบถามว่า จะมีผลกระทบทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นหรือไม่ ซึ่งได้รับคำยืนยันจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยว่า ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีความเข้มแข็งอยู่ จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องแทรกแซงค่าเงินบาท ซึ่งเงินที่เข้าเป็นเงินกองทุนระยะสั้น ยังไม่มีผลกระทบ แต่ในระยะยาวอาจจะมีผลกระทบบ้าง แต่ได้มีการเตรียมมาตรการรอบรับไว้แล้ว และไม่ต้องกังวลว่ารัฐบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษีในขณะนี้ และมั่นใจว่าธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถดูแลได้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี