
‘อาหารไทย’ทะลุล้านล. แหยงจีเอสพีฉุดลงเหว
หวั่นไทยถูกตัดจีเอสพีกระเทือนอุตสาหกรรมอาหาร คาดปีนี้ส่งออกโตเพิ่ม 7 หมื่นล้าน
หวั่นไทยถูกตัดจีเอสพีกระเทือนอุตสาหกรรมอาหาร คาดปีนี้ส่งออกโตเพิ่ม 7 หมื่นล้าน
นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการที่ไทยถูกสหภาพยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) จะกระทบผู้ส่งออกอาหารที่พึ่งพิงตลาดยุโรปเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรในกลุ่มผักผลไม้แปรรูปและอาหารทะเล จะมีแนวโน้มได้รับผลกระทบที่ชัดเจนกว่าอาหารประเภทอื่นๆ เนื่องจากเป็นสินค้าส่งออกหลักในตลาดยุโรปจึงต้องระมัดระวัง
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการส่งออกสินค้าในหมวดอาหารของไทยในปี 2558 คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 1.01 ล้านล้านบาท เป็น 1.08 ล้านล้านบาท ขยายตัวขึ้นมา 6.9% ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก การอ่อนค่าของเงินบาท ราคาน้ำมันที่ลดลงจนส่งผลดีต่อภาคการผลิตและขนส่ง แต่ก็จะได้รับผลดีจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอาหาร ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าว มันสำปะหลัง และเนื้อไก่ได้รับอานิสงส์
ขณะเดียวกัน ก็ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้รายได้การส่งออกลดลง ภาวะเงินฝืดที่ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
สำหรับสินค้าหลักที่คาดว่าจะมีมูลค่าส่งออกขยายตัวขึ้นในปีนี้ ประกอบด้วย 6 สินค้า ได้แก่ ข้าว 2.4% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 9.4% ไก่ 7.1% กุ้ง 20.4% ปลาทูน่าและปลากระป๋อง 0.7% เครื่องปรุงรส 7.4%
สินค้าส่งออกในกลุ่มที่หดตัวจะมาจากความไม่แน่นอนของวัตถุดิบ ได้แก่ สับปะรดกระป๋องอาจหดตัวถึง 3% และน้ำตาลทรายที่อาจหดตัว 5.4% จากปัญหาภัยแล้งที่ทำให้ผลผลิตอ้อยลดลง
นอกจากนี้ สถาบันอาหารยังตั้งเป้าจะผลักดันอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เติบโตรองรับเออีซี ด้วยการยกระดับโรงงานแปรรูปอาหารเข้าสู่กระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากลกว่า 500 สถานประกอบการ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบทางการเกษตรไม่น้อยกว่า 90 ผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ ในปี 2557 ภาพรวมการส่งออกสินค้าอาหารมีมูลค่า 1.01 ล้านล้านบาท ขยายตัวขึ้นถึง 15.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นครั้งแรกที่ไทยส่งออกสินค้าอาหารเติบโตถึงระดับล้านล้านบาท โดยได้รับปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาคขยายตัว โดยเฉพาะจีนและกลุ่มประเทศอาเซียน







