
ชิ้นส่วนไทยแกร่งรุกเออีซี
ปี 2558 ชิ้นส่วนยานยนต์ไทยแกร่ง แนะรายย่อยเร่งเพิ่มขีดความสามารถ รับโอกาสตลาดเจาะเออีซี
ปี 2558 ชิ้นส่วนยานยนต์ไทยแกร่ง แนะรายย่อยเร่งเพิ่มขีดความสามารถ รับโอกาสตลาดเจาะเออีซี
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยยังเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จากการที่ผู้ประกอบการมีการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุนต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานรองรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน และมีโอกาสต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมระบบรางและอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในอนาคต
ทั้งนี้ ไทยจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ทั้งการยกระดับการผลิต ปรับปรุงกระบวนการผลิต พัฒนาบุคลากร พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ เป็นต้น ปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ แบ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ 17 บริษัท มอเตอร์ไซค์ 7 บริษัท วิสาหกิจระดับเทียร์ 1 จำนวน 648 บริษัท วิสาหกิจระดับเทียร์ 2 และ 3 จำนวน 1,700 บริษัท
สำหรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 นี้ คาดว่ายอดการผลิตรถยนต์ของไทยจะอยู่ที่ 2 ล้านคัน จากปี 2557 มียอดการผลิตอยู่ที่ 1,880,007 คัน จากปัจจัยสนับสนุน อาทิ การฟื้นตัวของตลาดสหรัฐ ราคาน้ำมันที่ลดลงและโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ขยายตัวได้อีกมาก
นอกจากนี้ จากการคาดการณ์อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3-5% จะส่งผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆ ภายในประเทศให้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นตาม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องเตรียมรับมือกับยอดคำสั่งซื้อที่จะเพิ่มขึ้น โดยนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยภาครัฐและเอกชนจะทำงานร่วมกัน
พร้อมกันนี้ กสอ.ได้ลงนามความร่วมมือด้านงานวิจัยพัฒนากับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมแห่งมหานครโตเกียว สถาบันทีไออาร์ไอ ซึ่งเป็นสถาบันของญี่ปุ่นที่ให้บริการด้านเทคนิคเอสเอ็มอีในญี่ปุ่น ที่จะใช้ไทยเป็นที่ตั้งสำนักงานในต่างประเทศเป็นครั้งแรกในเดือน ต.ค.นี้ และมีสถาบันวิจัยและพัฒนาจากประเทศจีนสนใจเข้ามาเปิดสำนักงานในไทย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ให้ผู้ประกอบการทั้งสองประเทศ







