
ตลาดโลจิสติกส์ อินโดนีเซียแซงไทย
ธุรกิจโลจิสติกส์ เป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอันดับแรกๆ เมื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หลายประเทศจึงจับจ้องโอกาสเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้
ธุรกิจโลจิสติกส์ เป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอันดับแรกๆ เมื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หลายประเทศจึงจับจ้องโอกาสเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้
ล่าสุด บริษัท Agility ยักษ์ในธุรกิจโลจิสติกส์ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ที่คูเวต และมีแบรนด์ย่อยกว่า 40 แบรนด์ กระจายอยู่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ได้เปิดเผยรายงานดัชนีโลจิสติกส์ประเทศตลาดเกิดใหม่ประจำปี 2558 คะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยวิเคราะห์จาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.ขนาดตลาดและความดึงดูดของการเติบโต เช่น จำนวนประชากร เสถียรภาพทางการเงิน สัดส่วนคะแนน 50%
2.โอกาสการเข้าถึงตลาด เช่น กฎหมายธุรกิจ มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ระดับความต้องการปริมาณโลจิสติกส์ สัดส่วนคะแนน 25% และ 3.ความเชื่อมโยงกับตลาด
ประเทศอื่นๆ เช่น ความถี่ของเที่ยวเรือสินค้าระหว่างประเทศ ประสิทธิภาพของระบบศุลกากรและชายแดน สัดส่วนคะแนน 25%
สำหรับประเทศที่ได้อันดับ 1 จากประเทศตลาดเกิดใหม่ 45 ประเทศ ได้แก่ จีนได้คะแนนรวมเฉลี่ยถึง 8.09 คะแนน อินโดนีเซียได้คะแนนเป็นอันดับ 4 และเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบระหว่างตลาดเกิดใหม่ 6 ประเทศในอาเซียน
รายงานระบุว่า แม้ผู้ประกอบการหลายรายจะประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซียยังไม่เหมาะแก่การลงทุนด้านโลจิสติกส์ แต่ โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซีย ได้ให้สัญญาไว้ว่าจะทำให้จีดีพีของอินโดนีเซียเติบโต 7% ในปี 2561 จึงจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขยายเครือข่ายระบบราง พัฒนาถนน สนามบิน และท่าเรือเพิ่มเติม ตลาดอินโดนีเซียจึงยังมีปัจจัยบวก
ขณะที่มาเลเซียคว้าที่ 8 ของประเทศตลาดเกิดใหม่ และที่ 2 ของประเทศตลาดเกิดใหม่ในอาเซียน ด้วยคะแนน 6.36 คะแนน โดยมาเลเซียได้รับคะแนนค่อนข้างสูง เนื่องจากมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งเพื่อการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ส่วนไทยคว้าที่ 14 ของประเทศตลาดเกิดใหม่ และเป็นที่ 3 ของประเทศตลาดเกิดใหม่ในอาเซียน ด้วยคะแนน 5.58 คะแนน
ทั้งนี้ ด้านที่ไทยได้คะแนนสูงที่สุด คือด้านขนาดตลาดและความดึงดูดของการเติบโต ได้ 6.39 คะแนน ขณะที่ด้านที่ได้คะแนนต่ำสุด คือด้านโอกาสการเข้าถึงตลาด ได้เพียง 4.58 คะแนนเท่านั้น ต่ำกว่าทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงเวียดนาม
ด้านการสำรวจตลาดที่มีแนวโน้มกลายเป็นตลาดหลักของธุรกิจโลจิสติกส์ในอีก 5 ปีข้างหน้าของ Transport Intelligence พบว่า อินโดนีเซียยังคงอยู่ในอันดับ 4 ด้วยจำนวนผู้ตอบประมาณ 6% เวียดนามกระโดดขึ้นมาเป็นอันดับ 5 ด้วยจำนวนผู้ตอบประมาณ 4% ไทยเป็นอันดับ 11 และมาเลเซียเป็นอันดับ 12 โดยมีผู้ตอบประเทศละ 2%
รายงานระบุด้วยว่า ภาพรวมการเติบโตของประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียแปซิฟิกค่อนข้างดี เพราะมีประเทศในเอเชียติด “ท็อป 20” ถึง 7 ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามด้วย เนื่องจากแต่ละประเทศต่างเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ลดอุปสรรคการค้า เปิดเสรีการเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงาน ภายใต้ข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการข้ามชาติ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการระบุ 5 อุปสรรคหลักในการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ในตลาดเกิดใหม่ ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐานที่ยังด้อยประสิทธิภาพ 2.การทุจริต 3.นโยบายภาครัฐ 4.กระบวนการศุลกากร
ที่ยุ่งยากซับซ้อน และ 5.การประกันภัย
ทั้งหมดนี้คือความท้าทายที่ไทยต้องเร่งจัดการก่อนเปิดเออีซี เพื่อให้ไทยยังพร้อมแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านและพร้อมรับมือทุนต่างชาติที่กำลังมองโอกาสเข้ามาลงทุน







