
เหล็กอาเซียนอ่วม
พาณิชย์ถกแผนดูแลผู้ใช้-ผู้ผลิตเหล็ก สมาพันธ์เหล็กอาเซียนจี้รัฐเร่งใช้มาตรการเอดีโต้เหล็กจีน
พาณิชย์ถกแผนดูแลผู้ใช้-ผู้ผลิตเหล็ก สมาพันธ์เหล็กอาเซียนจี้รัฐเร่งใช้มาตรการเอดีโต้เหล็กจีน
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จำนวน 24 ราย และภาครัฐที่เกี่ยวข้องอีก 8 หน่วยงานว่า กระทรวงพาณิชย์จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับอุตสาหกรรมเหล็ก และวางแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กของไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ ในการหารือฝ่ายที่ต้องใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบต้องการให้ภาครัฐเปิดให้มีการนำเข้าเหล็กราคาถูกจากต่างประเทศให้มากขึ้น ขณะที่ฝั่งผู้ผลิตไม่ต้องการให้มีการนำเข้ามาก เพราะปัจจุบันนี้ใช้กำลังการผลิตได้แค่ 30% ของกำลังการผลิตทั้งหมด หากนำเข้ามากจะทำให้ผู้ผลิตได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ กระทรวงได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ประกอบการว่า การใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าทำให้ต้นทุนการใช้เหล็กสูงขึ้น ซึ่งกระทรวงยืนยันว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อดูแลผู้ผลิตในประเทศ แต่หลังจากนี้ไปเมื่อได้รับทราบข้อมูลจากทั้งฝ่ายผู้ใช้ และผู้ผลิตแล้ว จะพิจารณามาตรการที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย
นายวิกรม วัชรคุปต์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมการค้า สมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน กล่าวว่า ทุกประเทศในอาเซียนเจอปัญหาการถูกทุ่มตลาดสินค้าเหล็กอย่างรุนแรง ซึ่งจากการประชุมครั้งล่าสุดที่ประเทศมาเลเซีย ได้แถลงจุดยืนขอให้ภาครัฐทุกประเทศใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็ก (เอดี) โดยมีมติร้องเรียนให้อาเซียนแก้ปัญหาในเวทีการค้าระดับภูมิภาค และเรียกร้องให้ภาครัฐแต่ละประเทศเดินหน้าใช้มาตรการที่ได้ผลยิ่งขึ้น
สำหรับการส่งออกสินค้าเหล็กเฉพาะจากจีนประเทศเดียวมายังอาเซียนในปี 2557 พบว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปี 2556 อย่างมาก เช่น เหล็กเส้นเพิ่มขึ้นถึง 97% ปริมาณ 5 ล้านตัน เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนเพิ่มขึ้น 52% ปริมาณ 3 ล้านตัน เป็นต้น ขณะที่ไทยมีการนำเข้าสินค้าเหล็กปริมาณ 12 ล้านตัน มากสุดในอาเซียน ส่วนอินโดนีเซียนำเข้า 8 ล้านตัน และมาเลเซียนำเข้า 6 ล้านตัน
น.ส.ชลธิชา จงรุ่งกีรติ เลขาธิการสมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย กล่าวว่า ขอให้กระทรวงพาณิชย์และสภานิติบัญญัติแห่งชาติแก้ไข พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 เนื่องจากไม่สามารถบังคับใช้ตอบโต้กรณีการอุดหนุนตลาด และกรณีหลบเลี่ยงอากรทุ่มตลาดได้แต่อย่างใด







