posttoday
ลุย ‘ดิวตี้ฟรี’ ติดเครื่องก่อนเสียดุล

ลุย ‘ดิวตี้ฟรี’ ติดเครื่องก่อนเสียดุล

27 มกราคม 2558

หลังจากรัฐบาลมีแนวคิดจะเปิดเสรีการลงทุนตั้งดิวตี้ฟรีในไทยมากขึ้น โดยอาจกระจายการลงทุนลงไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่กำหนดไว้ทั้งหมด 12 แห่ง นำร่องก่อน 5 จังหวัด 6 พื้นที่นั้น ภาคเอกชนได้สะท้อนความเห็นออกมาหลากหลาย

หลังจากรัฐบาลมีแนวคิดจะเปิดเสรีการลงทุนตั้งดิวตี้ฟรีในไทยมากขึ้น โดยอาจกระจายการลงทุนลงไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่กำหนดไว้ทั้งหมด 12 แห่ง นำร่องก่อน 5 จังหวัด 6 พื้นที่นั้น ภาคเอกชนได้สะท้อนความเห็นออกมาหลากหลาย

เริ่มจาก สมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ที่มองว่า เรื่องการจัดตั้งดิวตี้ฟรีตามชายแดนนั้น คงต้องรอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองวางผังเมืองใหม่ออกมาให้เรียบร้อยก่อน เพราะดิวตี้ฟรีชายแดนนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เบื้องต้นคาดว่าคงยังไม่ได้เห็นดิวตี้ฟรีชายแดนในปีนี้

อย่างไรก็ดี ทั้งพม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ต่างก็มีการตั้งดิวตี้ฟรีตามชายแดน หากไทยมีดิวตี้ฟรีชายแดนเกิดขึ้นก็น่าจะช่วยเสริมการค้าชายแดนให้คล่องตัวมากขึ้น แต่หากการดำเนินการล่าช้าออกไปก็อาจทำให้เสียดุลการค้าชายแดนให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน

ด้าน วัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า แนวคิดทำดิวตี้ฟรีชายแดนมีมานานแล้ว แต่ในฝั่งไทยยังไม่มีการขับเคลื่อนที่จริงจัง จึงทำให้ดิวตี้ฟรีฝั่งไทยเป็นเหมือนแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของกับชาวบ้านขายชาวบ้านด้วยกันเองเท่านั้น ขณะที่ดิวตี้ฟรีในฝั่งมาเลเซียมีการสร้างอาคารและมีสินค้าที่ปลอดภาษี ทั้งสินค้าแบรนด์เนม เหล้า บุหรี่ และขนมจากต่างประเทศมาขาย

“เรื่องนี้ทำให้ไทยเสียโอกาส เสี่ยงขาดดุลการค้าชายแดนกับมาเลเซีย เนื่องจากเวลานักท่องเที่ยวเดินทางจากฝั่งไทยข้ามไปฝั่งมาเลเซีย ก็จะไปซื้อของในดิวตี้ฟรีมาเลเซียกลับมาด้วย ขณะที่นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเมื่อข้ามมาฝั่งไทย ส่วนใหญ่จะซื้อของสด ของกินของใช้ในตลาดชายแดนเท่านั้น” วัฒนา กล่าว

นอกจากนี้ ความล่าช้าในการกำหนดพื้นที่และรูปแบบของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ขึ้นช้า อีกทั้งยังส่งผลต่อการพัฒนาให้พื้นที่ อ.ตากใบ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนในระยะที่ 2 ล่าช้าออกไปอีก เพราะเป็นพื้นที่ที่ยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย รวมทั้งยังอยู่ห่างจากหาดใหญ่มากกว่าด่านสะเดาและปาดังเบซาร์

วัฒนา กล่าวเพิ่มเติมว่า เวลานี้ภาคเอกชนตื่นตัวเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มาก และพยายามผลักดันไประดับหนึ่งแล้ว แต่หากภาครัฐไม่เข้ามาช่วยสนับสนุนก็จะเดินหน้าไปได้แค่ระดับหนึ่งก็ตัน รัฐบาลต้องแบ่งโรดแมปให้ชัดว่าจะทำอะไรบ้าง และจะเริ่มเมื่อไหร่ ถ้าวันนี้ยังไม่เริ่มนับหนึ่งก็คงเกิดไม่ได้

ขณะที่ วิโรจน์ จิรัฐติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ สะท้อนในอีกมุมหนึ่งว่า ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทยหลายรายที่ได้รับสัมปทานเข้าไปลงทุนทำดิวตี้ฟรีที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ที่ท่าขี้เหล็กของพม่า ขณะที่สาเหตุที่การจัดตั้งดิวตี้ฟรีชายแดนฝั่งไทยยังไม่ชัดเจน เพราะกำลังซื้อในพื้นที่ชายแดนยังไม่ดี

“การทำดิวตี้ฟรีฝั่งไทยตอนนี้คงจะหวังมูลค่าการซื้อขายในปริมาณมากไม่ได้ เพราะกลุ่มลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่คือชาวพม่า ซึ่งยังมีกำลังซื้อไม่มากนัก หากจะทำจริงก็คงเป็นการทดลองก่อน แต่ขนาดคงไม่ใหญ่เหมือนดิวตี้ฟรีที่สุวรรณภูมิหรือดอนเมือง” วิโรจน์ แสดงความเห็น

จากมุมมองที่ภาคเอกชนสะท้อนออกมา การมีดิวตี้ฟรีเกิดขึ้นตามชายแดนนับว่าเป็นประโยชน์และช่วยส่งเสริมการค้าชายแดนของไทยให้เพิ่มขึ้น แต่ทว่ารูปแบบและที่ตั้งของดิวตี้ฟรีชายแดนเหล่านี้คงต้องมาดูกันอีกทีว่าควรจะออกมารูปแบบไหนจึงเหมาะสม และควรจะผูกติดอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนหรือไม่ ภาครัฐควรเร่งให้มีความชัดเจนออกมาได้แล้วก่อนที่จะไม่ทันการณ์

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69