posttoday
ภาระหนัก

ภาระหนัก

26 มกราคม 2558

สถานการณ์ราคาข้าวในตลาดโลกไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เมื่อเวียดนามผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ลดราคาส่งออกข้าวขาวขั้นต่ำลง (Floor Price) โดยเฉพาะลดราคาส่งออกข้าวขาว 5% จากเดิมที่ยืนเหนือระดับ 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ลงสู่ระดับ 385 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่ราคาขายจริงอยู่ที่ 365-375 เหรียญสหรัฐ/ตัน เทียบกับข้าวขาว 5% ของไทยที่ราคาอยู่ที่ 405-415 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือต่างกัน 40 เหรียญสหรัฐ/ตัน และทำให้ข้าวไทยแข่งขันได้ลำบาก

สถานการณ์ราคาข้าวในตลาดโลกไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เมื่อเวียดนามผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ลดราคาส่งออกข้าวขาวขั้นต่ำลง (Floor Price) โดยเฉพาะลดราคาส่งออกข้าวขาว 5% จากเดิมที่ยืนเหนือระดับ 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ลงสู่ระดับ 385 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่ราคาขายจริงอยู่ที่ 365-375 เหรียญสหรัฐ/ตัน เทียบกับข้าวขาว 5% ของไทยที่ราคาอยู่ที่ 405-415 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือต่างกัน 40 เหรียญสหรัฐ/ตัน และทำให้ข้าวไทยแข่งขันได้ลำบาก

ภาระหนักจึงมาตกอยู่กับทั้งผู้ส่งออกข้าวไทย และ ดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ระบายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล 18 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวต่ำกว่ามาตรฐานให้เป็นไปตามนโยบาย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ที่ประกาศว่าหากเป็นไปได้จะระบายข้าวให้หมดภายใน 2-3 ปี หรือจะต้องระบายข้าวให้ได้เฉลี่ย 5 ล้านตัน/ปี เป็นอย่างน้อย 

ล่าสุด กรมการค้าต่างประเทศประกาศประมูลขายข้าวตามสภาพแบบยกโกดัง 9.9 แสนตัน โดยกำหนดราคาขายข้าวขาว ณ หน้าคลังขั้นต่ำไว้ที่ 340 เหรียญสหรัฐ ซึ่งยังไม่รวมค่าปรับปรุงสภาพข้าวในโกดังที่ส่วนใหญ่เป็นข้าวต่ำกว่ามาตรฐาน ตลอดจนค่าขนส่งข้าว ซึ่ง ดวงพร ยืนยันว่า การประมูลข้าวจะต้องมีการแข่งขันและโปร่งใส

“หากเอกชนเสนอราคาในลักษณะที่มีการสมยอมราคากันจะล้มประมูลทันที หรือถ้าเสนอราคาเท่ากันจะให้เคาะราคาแข่งกันใหม่ โดยเสนอราคาเพิ่มขึ้น 5,000 บาท/ครั้ง เพราะการประมูลข้าวยกกองก่อนหน้านี้ เอกชนเคาะราคาซื้อแข่งกันเพิ่มขึ้น 2-5 บาท/ครั้ง/กอง”

จึงเท่ากับราคาข้าวสุดท้ายที่กรมการค้าต่างประเทศจะเคาะขายให้กับเอกชน อาจไม่ได้ราคาดีอย่างที่ตั้งใจไว้ หรืออาจระบายข้าวออกได้น้อยกว่าที่คาด เพราะมีปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะราคาข้าวเวียดนามที่มีส่วนสำคัญในการเสนอราคาซื้อข้าวของผู้ซื้อด้วย 

ไม่เพียงเท่านั้น ภารกิจที่รอดวงพรอยู่ คือ การดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกรณีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งขณะนี้กำลังรอหนังสือจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ ซึ่งดวงพร ระบุว่า หาก ป.ป.ช.สั่งการมา “กรมการค้าต่างประเทศต้องดำเนินการตามหน้าที่ จะหลีกเลี่ยงไม่ได้” ทั้งการดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญากับบุคคลที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูล ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้าราชการและอดีตข้าราชการที่เติบโตมาพร้อมๆ กัน  

นอกจากนี้ มติ ป.ป.ช.ที่สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งก็หมายถึงกรมการค้าต่างประเทศไปดำเนินการ คือ การตรวจสอบและส่งเอกสารให้ ป.ป.ช. กรณีที่ ป.ป.ช.มีเหตุอันควรสงสัยกรณีการขายข้าวแบบ
รัฐต่อรัฐของ ปราณี ศิริพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าว ที่เสนออนุมัติระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐให้บริษัท 4 แห่ง คือ บริษัท ไฮกู
เหลียงเหมาฯ 3 ล้านตัน บริษัท ไฮกู เหลียงหยุ่นไหล่ฯ 2 ล้านตัน บริษัท ไฮหนาน โพรวินซ์ฯ 4 ล้านตัน และบริษัท ไห่หนาน แลนด์ฯ 5 ล้านตัน เนื่องจาก ป.ป.ช.มองว่าเป็นการกระทำที่หลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา

งานนี้จึงเป็นด่านที่สำคัญของหญิงเหล็กเช่นดวงพร เพราะอธิบดีและอดีตกรมการค้าต่างประเทศคนก่อนหน้านี้ ล้วนแล้วแต่มีบั้นปลายที่เสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางในวัยหลังเกษียณ แต่ที่น่าหนักใจยิ่งกว่า คือ การขายข้าวที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน 14 ล้านตัน ให้ได้ราคาดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี