posttoday
สบช่องเก็บต๋งก๊าซแอลพีจี

สบช่องเก็บต๋งก๊าซแอลพีจี

26 มกราคม 2558

หมดหวังแอลพีจีลง พลังงานจ้องรีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ 80 สตางค์/กก. ตุนไว้ใช้สำรองใช้ยามฉุกเฉิน

หมดหวังแอลพีจีลง พลังงานจ้องรีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ 80 สตางค์/กก. ตุนไว้ใช้สำรองใช้ยามฉุกเฉิน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประกาศลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในวันที่ 2 ก.พ. จะเริ่มใช้ราคา 24.16 บาท/กิโลกรัม และคาดว่ามีโอกาสที่ราคาแอลพีจีจะอยู่ที่ระดับดังกล่าวไปจนถึงเดือน เม.ย. หรือเป็นระยะเวลา 3 เดือน เนื่องจากทิศทางราคาแอลพีจีตลาดโลกอยู่ในภาวะทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงได้อีก โดยกระทรวงพลังงานจะต้องมีการติดตามแนวโน้มราคาอย่างใกล้ชิด

“ราคาแอลพีจีที่จะเริ่มใช้นำร่องในเดือนแรกนั้น อยู่บนพื้นฐานของการกำหนดราคาหน้าโรงแยกก๊าซที่ 488 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งปรับขึ้นจากราคาที่เคยตรึงไว้ 333 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่เมื่อพิจารณาจากราคาแอลพีจีตลาดโลกได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 442 เหรียญสหรัฐ/ตัน จึงทำให้มีเงินส่วนต่างจากราคาโลกที่ลดลง 80 สตางค์/กก. โดยจะขอเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงส่งผลให้มีรายได้เข้ามาเดือนละ 300 ล้านบาท หรือปีละประมาณ 3,600 ล้านบาท” แหล่งข่าวระบุ

อย่างไรก็ตาม กองทุนน้ำมันจะแยกบัญชีเงินที่เก็บจากราคาแอลพีจีออกมาโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้มีการนำเงินจากผู้ใช้กลุ่มอื่นมาอุดหนุนข้ามประเภทกันเหมือนที่ผ่านมา เพราะจากนี้ไปผู้ใช้แอลพีจีก็ต้องดูแลกันเอง คือ เมื่อราคาแอลพีจีในตลาดโลกสูงก็จะนำเงินส่วนนี้มาดูแลในการพยุงราคาเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ใช้มากเกินไป เช่นที่ผ่านมาราคาแอลพีจีเคยสูงถึงระดับ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตันมาแล้ว อย่างไรก็ตามในระยะแรกหากตลาดโลกลดลงไม่มากนัก กระทรวงพลังงานก็คงจะเก็บเงินสะสมเข้ากองทุนเล็กน้อย และอาจมีการปรับลดราคาแนะนำก๊าซแอลพีจีลงมา

นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 90 หน่วย และกลุ่มหาบเร่ รถเข็นอาหาร ร้านอาหารแบบคูหาชั้นเดียว จะได้รับการดูแลให้ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้มครั้งนี้ โดยกระทรวงพลังงานได้จัดทำโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาแอลพีจีเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งผู้มีสิทธิประกอบไปด้วย 1.กลุ่มครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย/เดือน จะได้รับสิทธิซื้อแอลพีจีราคาเดิม 18.13 บาท/กก. แต่ไม่เกิน 18 กก./3 เดือน ส่วนกลุ่มหาบเร่ รถเข็นอาหารขายจะได้รับการช่วยเหลือไม่เกินรายละ 150 กก./เดือน หรือประมาณ 10 ถัง/เดือน

“ขอย้ำกับผู้ที่ได้รับสิทธิ ว่าไม่ควรรอช้าที่จะมาขอใช้สิทธิในการลดผลกระทบนี้ เพราะจะช่วยให้ท่านได้ใช้ก๊าซหุงต้มในราคาเดิม ซึ่งเท่ากับว่าท่านจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้ โดยขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก เพียงท่านสละเวลาเล็กน้อยก็จะได้รับสิทธิที่กระทรวงพลังงานตั้งใจจะช่วยเหลือด้วยความจริงใจและถือเป็นนโยบายต่อเนื่องเพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดจากการปรับโครงสร้างราคาพลังงานครั้งนี้” นายทวารัฐ กล่าว

รายงานข่าวระบุว่า ปัจจุบันจำนวนผู้เข้ามาลงทะเบียนใช้สิทธิในโครงการดังกล่าว พบว่ากลุ่มร้านค้าหาบเร่แผงลอย 303,460 ราย ในขณะที่กลุ่มครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย มีผู้มาลงทะเบียน 222,957 ราย โดยนับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อเดือน ก.ย. 2556 ได้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้เหล่านี้ซื้อแอลพีจีราคาเดิมไปแล้ว 255 ล้านบาท และคาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้สิทธิมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล