posttoday
เพิ่มน้ำหนักหุ้นเป็น 70%

เพิ่มน้ำหนักหุ้นเป็น 70%

26 มกราคม 2558

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะกลับมาถูกขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องทางการเงินที่ล้นระบบอีกครั้ง ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นในพอร์ตเป็น 70% เน้นหุ้นที่ราคายังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด หรือ Laggard แต่ศักยภาพการทำกำไรยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มี Upside สูงอย่าง เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCC ให้มูลค่าเหมาะสม 530 บาท ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มูลค่า 300 บาท บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) มูลค่า 113 บาท และบริษัท ทีทีดับบลิว (TTW) ราคา 13.30 บาท

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะกลับมาถูกขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องทางการเงินที่ล้นระบบอีกครั้ง ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นในพอร์ตเป็น 70% เน้นหุ้นที่ราคายังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด หรือ Laggard แต่ศักยภาพการทำกำไรยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มี Upside สูงอย่าง เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCC ให้มูลค่าเหมาะสม 530 บาท ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มูลค่า 300 บาท บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) มูลค่า 113 บาท และบริษัท ทีทีดับบลิว (TTW) ราคา 13.30 บาท

เฟด-กนง.คงดอกเบี้ย

สำหรับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 27-28 ม.ค. และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 28 ม.ค. คาดว่าทั้งสองประเทศจะคงนโยบายการเงินตามเดิม อันเป็นผลจากการชะลอของเงินเฟ้อทั่วโลก โดยเฟดน่าจะยืนดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% ตามเดิม (vs เงินเฟ้อ เดือน ธ.ค. 0.8%) เนื่องจากปัจจัยหลักทั้งเงินเฟ้อและตลาดแรงงานในระยะสั้นยังมีความผันผวนอยู่ อีกทั้งน่าจะเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยไปในปลายปี 2558 หรือต้นปี 2559 ซึ่งล่าช้ากว่าเดิมที่คาดไว้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 เช่นเดียวกับไทย น่าจะคงดอกเบี้ย 2% ต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 11 (vs เงินเฟ้อ เดือน ธ.ค. 0.6%) โดยการลดลงของราคาน้ำมันน่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการบริโภคครัวเรือน (50% ของจีดีพี) และกระตุ้นเศรษฐกิจ มากกว่าการลดดอกเบี้ย

ดอกเบี้ยต่ำ-กระแสเงินทุนเพิ่ม หนุน Sentiment ตลาด
หุ้นโลก

การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2558 ผลสรุปคือ จะทำคิวอีแบบปลายปิด โดยผ่านการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและเอกชน จำนวน 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน ใกล้เคียงกับที่คาดว่าจะใช้เม็ดเงิน 5-5.5 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 19 เดือน (เริ่มเดือน มี.ค. 2558 และสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2559) คิดเป็นเม็ดเงินรวมทั้งสิ้น 1.14 ล้านล้านยูโร (ราว 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งน่าจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจยุโรปหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด (เดือน ธ.ค. เงินเฟ้อติดลบ 0.2% เข้าสู่เงินฝืดเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี) และน่าจะดีต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งน่าจะมีเม็ดเงินบางส่วนไหลเข้ามา เฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหุ้นที่มีค่า พี/อี ไม่สูงเกินไป

เพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น 70%

มาตรการคิวอีของอีซีบีที่ดีกว่าคาดดังกล่าว และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับต่ำของหลายๆ ธนาคารกลางทั่วโลก ถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดหุ้น โดยตลาดหุ้นไทยก็น่าจะได้รับ
อานิสงส์ของกระแสเงินทุนกลับเข้ามาอีกครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ตลาดหุ้นไทยในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา อยู่ในภาวะที่ถูกขายสุทธิออกมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เม็ดเงินที่ซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติ นับจากปี 2552 เป็นต้นมา ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 3.2 แสนล้านบาท เหลือเพียง 2.8 หมื่นล้านบาท ในปัจจุบัน (ตามราคาตลาด) นอกจากนี้ด้วยอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่สูงถึง 16.7% ในปี 2558 จะทำให้ Expected P/E ณ สิ้นปี 2558 อยู่ที่ 15.1 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยภูมิภาคซึ่งอยู่ที่ 14.3-15.5 เท่า กลยุทธ์การลงทุน จึงแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนจาก เดิม 50% เป็น 70%

เริ่มเห็นการกลับมาซื้อสุทธิจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

นักลงทุนต่างชาติสลับมาซื้อสุทธิหุ้นในภูมิภาคในสัปดาห์ที่ผ่านมา (19-22 ม.ค. 2558) ราว 1,654 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการซื้อสุทธิหนักในไต้หวัน ขณะที่ตลาดหุ้นไทยซื้อสุทธิติดต่อกันใน 2 วันหลังสุดราว 2,200 ล้านบาท หลังจากขายสุทธิในช่วงก่อนหน้าตั้งแต่ต้นปีราว 1.9 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบของอีซีบีจะเป็น Sentiment เชิงบวก และหนุนให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับมา

วิเคราะห์เทคนิครายสัปดาห์

v ตลาดหุ้นพุ่งทะยานทั่วโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังตอบรับปัจจัยบวกจากอีซีบี ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

v ดัชนี Dow Jones เตรียมขึ้นทดสอบแนวต้าน 17,923 จุด หากผ่านได้น่าจะไปทดสอบแนวต้าน 18,104 จุด ดัชนี STOXX Europe 600 ขึ้นมาแรงและมีลุ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 377 จุด ดัชนีหุ้นไทย Outperform กว่าดาวโจนส์ แต่สัญญาณ RSI ขึ้นมาติดแนวต้าน ทำให้หุ้นไทยมีโอกาสย่อตัวลงเมื่อทดสอบแนวต้าน 1,602 จุด ดัชนีหุ้นไทย Underperform กว่า EURO STOXX Index จึงต้องระวังการพักฐานเมื่อขึ้นทดสอบแนวต้าน

v กองทุนหุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจสัปดาห์นี้เลือก กอง TISCO Strategic และ K Europe ขณะที่หุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจคือหุ้นUNICREDIT SPA (IM EQUITY) และหุ้น ING GROEP NV (NA EQUITY)

v ภาพ SET Index ยังคงต้องลุ้นดัชนีจะสามารถขึ้นต่อเพื่อผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,602 จุด หากผ่านได้มองแนวต้านถัดไปที่ 1,625 จุด และหุ้นแนะนำประจำสัปดาห์คือหุ้น KBANK, INTUCH, PS

เฟดน่าจะเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยไปในปลายปี 2558 หรือต้นปี 2559 ซึ่งล่าช้ากว่าเดิม ที่คาดไว้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ