
ทองคำดาวเด่น ของการลงทุน ตอนที่ 2
ในสัปดาห์ที่แล้ว MTS Gold แม่ทองสุก ได้วิเคราะห์มาอย่างต่อเนื่องว่า ทองคำมีความโดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปรับตัวสูงขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงปีใหม่ 2558 จึงอาจกล่าวได้ว่า MTS Gold แม่ทองสุก เป็นโบรกเกอร์แห่งแรกที่กล่าวถึงการปรับขึ้นของราคาทองคำอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอด ซึ่งท่านจะเห็นได้ว่า ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนขึ้นมาทดสอบระดับแนวต้านสำคัญ 1,300 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ได้แล้ว
ในสัปดาห์ที่แล้ว MTS Gold แม่ทองสุก ได้วิเคราะห์มาอย่างต่อเนื่องว่า ทองคำมีความโดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปรับตัวสูงขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงปีใหม่ 2558 จึงอาจกล่าวได้ว่า MTS Gold แม่ทองสุก เป็นโบรกเกอร์แห่งแรกที่กล่าวถึงการปรับขึ้นของราคาทองคำอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอด ซึ่งท่านจะเห็นได้ว่า ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนขึ้นมาทดสอบระดับแนวต้านสำคัญ 1,300 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ได้แล้ว
ประเด็นที่สำคัญที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่แล้วก็คือ การที่อีซีบีตัดสินใจใช้มาตรการ QE เพิ่มขึ้นที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน เป็นระยะเวลา 1 ปีครึ่ง โดยจะสิ้นสุดในเดือน ก.ย. 2559 นั่นหมายความว่า จะมีเงินอัดฉีดจากยุโรปอย่างต่อเนื่องกว่า 1.1 ล้านล้านยูโร ทั้งนี้ในครั้งแรกของการทำ QE ของยุโรปและญี่ปุ่นนั้น ดูเหมือนว่าตลาดโลกจะไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่นัก จนเมื่อธนาคารกลางสวิสประกาศยกเลิกการผูกติดค่าเงินของตนเองกับค่าเงินยูโร จึงทำให้ค่าเงินฟรังก์สวิสปรับแข็งค่าอย่างรวดเร็ว และจะเห็นได้ว่าค่าเงินของเดนมาร์กก็แข็งค่าเช่นเดียวกัน ขณะที่ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงเป็นลำดับจนลงไปถึงระดับ 1.1465 ยูโร/เหรียญสหรัฐ
ทางด้านค่าเงินเหรียญสหรัฐเองยังคงแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจในระยะหลังของสหรัฐดูจะไม่แข็งแกร่งมากมายนัก เนื่องจากจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น และตัวเลขทางด้าน CPI และ PPI ยังอยู่ในระดับต่ำค่อนข้างมาก อัตราการผลิตต่างๆ ก็ดูจะเจริญเติบโตได้ไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควรนัก จึงหมายความว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะไม่สามารถหรือไม่กล้าที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายใน 6 เดือนข้างหน้าตามที่มีการวิเคราะห์กันก่อนหน้านี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ อัตราดอกเบี้ยในยูโรโซนอยู่ในระดับติดลบ และสวิตเซอร์แลนด์รวมถึงหลายๆ ประเทศพยายามกดอัตราดอกเบี้ยลง จึงทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สหรัฐค่อนข้างมากจนทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ขณะที่ราคาทองคำก็กลับมาเป็นสินทรัพย์ Safe Heaven อีกครั้งหนึ่ง และดูเหมือนว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ดูจะพุ่งเป้าไปยังกลุ่มประเทศในยูโรโซนที่ดูจะคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงการเลือกตั้งของกรีซในวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค.นี้ ที่คาดว่าพรรคฝ่ายค้าน Syriza จะได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง จึงก่อให้เกิดความกังวลในเรื่องการบริหารจัดการภายในประเทศ และอีซีบีก็มีการกล่าวอยู่แล้วว่า การจะเข้าซื้อพันธบัตรของกรีซนั้นจะมีการเริ่มต้นช้ากว่าประเทศอื่นๆ
ทองคำกลับมาเป็น Safe Heaven อีกครั้งหนึ่งเมื่อค่าเงินยูโร/เหรียญสหรัฐยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเปิดเสรีในการถือครองทองคำของจีนผ่านทางตลาด Shanghai Gold Exchange และ Spot Gold ที่มีความดึงดูดเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จึงคาดกันว่า โอกาสที่ตลาด Shanghai Gold Exchange จะเติบโตจนสามารถเทียบเคียงกับตลาด COMEX ในอนาคตอันใกล้น่าจะมีอยู่สูง เนื่องจากตอนนี้จีนกลายเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว และการที่เศรษฐกิจจีนมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ชนชั้นกลางมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น และเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการวิเคราะห์และจากการสอบถามประชาชนจีน พบว่า ร้อยละ 30% มีความคิดเห็นว่า ถ้าเขามีเงินมากขึ้น เขาจะเข้าซื้อทองคำเก็บเอาไว้ ซึ่งถือว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่จีนให้ความสนใจที่สูงที่สุด เพราะการซื้อที่ดินในประเทศจีนนั้นทำได้ค่อนข้างยาก และประชาชนในระดับกลางอาจจะมีเงินไม่มากเพียงพอที่จะซื้อคอนโดสักหลังหนึ่งซึ่งมีราคาแพงมากได้
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำขึ้นมาทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐ โดยที่ราคายังยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยโดยทั่วไปและเข้าสู่สภาวะ Overbought บ้างแล้วใน Daily Graph โดยแนวโน้มของราคาทองคำยังเป็นแนวโน้มทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่องและชัดเจน ซึ่งใน Weekly Graph เองจะเห็นได้ว่า ราคาทองคำสามารถขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันไปแล้ว จึงคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสจะขึ้นไปทดสอบ 1,320 เหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ และแนวรับสำคัญปรับขึ้นมาเป็น 1,280 เหรียญสหรัฐ ในระยะสั้น







