
พลังงานทดแทน ดึงเกาหลีลงทุนไทย
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 ขณะนี้เริ่มมีผลตอบรับจากนักลงทุนหลายราย โดยมีกลุ่มนักลงทุนเกาหลีด้านพลังงานทดแทนเดินสายเข้ามาสำรวจหาโอกาสการลงทุน และจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจร่วมกับนักธุรกิจไทย
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 ขณะนี้เริ่มมีผลตอบรับจากนักลงทุนหลายราย โดยมีกลุ่มนักลงทุนเกาหลีด้านพลังงานทดแทนเดินสายเข้ามาสำรวจหาโอกาสการลงทุน และจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจร่วมกับนักธุรกิจไทย
หิรัญญา สุจินัย รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า หน่วยงานส่งเสริมบทบาทด้านเศรษฐกิจในอาเซียนของสาธารณรัฐเกาหลีใต้ (อาเซียน-โคเรีย เซ็นเตอร์) ได้พาคณะนักธุรกิจด้านพลังงานทดแทนจากเกาหลีเข้ามาศึกษาข้อมูล และลู่ทางในการลงทุนด้านพลังงานทดแทนในประเทศไทย ทั้งพลังงานชีวมวล พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านพลังงานทดแทนในไทย
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีจะช่วยเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านวัตถุดิบพลังงานทดแทน ขณะที่เกาหลีมีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง จึงน่าจะก่อให้เกิดความสำเร็จร่วมกันได้
ที่ผ่านมานักธุรกิจในกลุ่มพลังงานทดแทนจากเกาหลีได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยบ้างแล้ว เช่น กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะ เงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท กิจการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลม เงินลงทุนกว่า 540 ล้านบาท และกิจการจัดการขยะในประเทศไทย
ขณะเดียวกันบีโอไอยังได้จัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจให้กับนักธุรกิจเกาหลีจำนวน 13 บริษัท โดยเชิญผู้ประกอบการไทยในกลุ่มพลังงานทดแทน กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วน และอุตสาหกรรมเชื่อมโยงต่างๆ จำนวน 28 บริษัทมาร่วมพบปะเจรจา คาดว่าจะก่อให้เกิดความร่วมมือทางการค้า การลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานร่วมกัน
นอกจากนี้ นักลงทุนเกาหลียังสนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น กลุ่มเครื่องจักรอุปกรณ์ แม่พิมพ์ ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มเข้ามาลงทุนแล้วแต่ยังเป็นการลงทุนขนาดเล็ก
ในช่วงปี 2552-2556 มีโครงการจากเกาหลียื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอรวมทั้งสิ้น 235 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุน 3.11 หมื่นล้านบาท การลงทุนส่วนใหญ่กระจายอยู่ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนปี 2557 มีการลงทุนจากเกาหลีถึง 63 โครงการ เงินลงทุน 1.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แฮมุนชอง เลขาธิการอาเซียน-โคเรีย เซ็นเตอร์ กล่าวว่า นักลงทุนเกาหลีสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนในกลุ่มพลังงานลม และพลังงานขยะ ซึ่งจากนโยบายในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของไทยที่มีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนให้เพิ่มขึ้นเป็น 25% ภายในปี 2565 จะเป็นโอกาสที่ดีของเกาหลี ขณะเดียวกันได้นำคณะไปสำรวจโอกาสในประเทศมาเลเซียด้วย โดยมาเลเซียมีศักยภาพในกลุ่มชีวมวล ซึ่งแต่ละประเทศก็มีวัตถุดิบด้านพลังงานทดแทนที่แตกต่างกันออกไป
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเกาหลีส่วนใหญ่ยังรู้จักประเทศไทยในฐานะประเทศที่รองรับการลงทุนน้อย ดังนั้นจึงต้องเข้ามาศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ได้เข้าพบกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านอุตสาหกรรมระหว่างกัน
วรกาญจน์ โกศลพิศิษฐ์กุล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลี กล่าวว่า เกาหลีส่วนใหญ่รู้จักไทยในฐานะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว มากกว่าเป็นแหล่งรองรับการลงทุน ปัจจุบันนักลงทุนเกาหลีเข้ามาลงทุนในไทยเป็นอันดับ 6 ของอาเซียน อันดับ 1 คือ เวียดนาม ตามด้วยสิงคโปร์ อินโดนีเซีย พม่า และมาเลเซีย







