
ตลาดพม่าเดือด-ไทยดิ้นแข่งสินค้าจีน
รายย่อยแฟชั่นชี้ผู้ประกอบการไทยเริ่มแข่งยากในตลาดพม่า หลังจีนหั่นราคาสินค้าเจาะตลาดทุกกลุ่ม
รายย่อยแฟชั่นชี้ผู้ประกอบการไทยเริ่มแข่งยากในตลาดพม่า หลังจีนหั่นราคาสินค้าเจาะตลาดทุกกลุ่ม
น.ส.วิลาสินี ชูรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามรุ่งเรือง ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าแฟชั่นเครื่องแต่งกายแบรนด์ “ดีวาล่า” เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทเข้าไปทำตลาดในพม่าในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า การแข่งขันเริ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะจากประเทศใหญ่ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่นและจีน ที่หันมาทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าจีนที่เป็นคู่แข่งสำคัญ
ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าต่างๆ จากจีนส่วนใหญ่จะใช้กลยุทธ์ด้านราคาเข้ามาแข่งขัน เพื่อดึงดูดกำลังซื้อชาวพม่าและได้ผลตอบรับดีด้วยพม่าเริ่มเปิดประเทศ และมีความต้องสินค้าพื้นฐานอุปโภคบริโภคทั่วไปสูง ซึ่งรวมถึงกลุ่มแฟชั่นเครื่องแต่งกายที่จีนได้เปรียบกว่าไทยในด้านต้นทุนการผลิตและขนส่งกระจายสินค้าที่สะดวกกว่า
“ผู้ประกอบการไทยหลายรายเริ่มปรับตัวและศึกษาลูกค้าพม่าเชิงลึกมากขึ้น ตลาดพม่าตอบรับสินค้าที่มีราคาไม่สูงมากนัก และไม่ได้สนใจตราหรือแบรนด์สินค้าที่มาจากไทยเท่าไหร่ ต่างจากเวียดนามที่นิยมสินค้าเมดอินไทยแลนด์มากกว่าจีน” น.ส.วิลาสินี กล่าว
ขณะเดียวกัน การดำเนินธุรกิจในพม่าเริ่มมีขั้นตอนยุ่งยากมากขึ้น ไม่สะดวกเหมือนในช่วง 1-2 ปีก่อนหน้านี้ อาทิ ขั้นตอนการตรวจสินค้าเพื่อนำเข้าไปทำตลาด บริเวณด่านชายแดนฝั่งพม่าที่ปัจจุบันมีความล่าช้าถึง 3 สัปดาห์ จากเดิมใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ ซึ่งมีผลต่อการทำธุรกิจโดยเฉพาะการจัดส่งสินค้าไปยังหน้าร้านหรือตัวแทนขายสินค้าในพม่า รวมถึงระบบภาษีการค้าของพม่าที่ปรับเพิ่มขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการไทย
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้บริหารความเสี่ยงทางธุรกิจโดยหันไปทำตลาดผ่านการออกงานแสดงสินค้าในประเทศเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกำลังซื้อที่สนใจสินค้าจากไทย นอกเหนือจากการทำตลาดในประเทศที่มีการขยายไลน์สินค้าเสื้อผ้าใหม่ในกลุ่มเด็ก โดยเน้นทำตลาดในช่องทางออนไลน์ ผ่านสื่อเว็บไซต์ดีวาล่าดอทคอมและเฟซบุ๊กดีวาล่า โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 50% และต่างประเทศ 50% และคาดว่าปีนี้รายได้จะเติบโตราว 20% จากปีก่อน







