
สหกรณ์คุยรับกม.ค้ำประกัน
สหกรณ์ออมทรัพย์รื้อสัญญากู้เงิน เตรียมรับกฎหมายค้ำประกันฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ 12 ก.พ.นี้
สหกรณ์ออมทรัพย์รื้อสัญญากู้เงิน เตรียมรับกฎหมายค้ำประกันฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ 12 ก.พ.นี้
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) เปิดเผยว่า ได้เชิญสหกรณ์ออมทรัพย์กว่า 147 แห่งมาร่วมประชุมและรับฟังเกี่ยวกับ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปม.) ว่าด้วยการค้ำประกันและจำนอง พร้อมทั้งได้จัดทำแบบสัญญาเงินกู้ฉบับใหม่เพื่อให้สหกรณ์ออมทรัพย์นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ สอดรับกับกฎหมายดังกล่าวที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.นี้แล้ว
ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลเป็นวงกว้างในกลุ่มสหกรณ์และสถาบันการเงินทั้งระบบ เนื่องจากสาระสำคัญของกฎหมายที่มีการแก้ไขใหม่หลายมาตรา ซึ่งจะบังคับใช้แทนบทบัญญัติใน ปม.แพ่งและพาณิชย์ฉบับปัจจุบัน โดยจะคุ้มครองสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ค้ำประกัน และผู้จำนองซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้โดยตรงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเจ้าหนี้จะมีความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากกฎหมายใหม่ลดทอนสิทธิเจ้าหนี้ในการบังคับหนี้จากผู้ค้ำประกันและผู้จำนองลงกว่าเดิม โดยที่บทบัญญัติของ ปม.แพ่งและพาณิชย์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ค้ำประกันและผู้จำนองซึ่งมิใช่ลูกหนี้ชั้นต้น แต่เป็นเพียงบุคคลภายนอกที่ยอมผูกพันต่อเจ้าหนี้ในการชำระหนี้แทนลูกหนี้เท่านั้น
โดยข้อเท็จจริงในทางปฏิบัตินั้น ปรากฏว่าเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบอาชีพให้กู้ยืม มักจะอาศัยอำนาจต่อรองที่สูงกว่าหรือความได้เปรียบในทางการเงินกำหนดข้อตกลง อันเป็นการยกเว้นสิทธิของผู้ค้ำประกันหรือผู้จำนองตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ จึงส่งผลให้ผู้ค้ำประกันหรือผู้จำนองซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป ไม่ได้รับความคุ้มครองตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย รวมทั้งต้องกลายเป็นผู้ถูกฟ้องล้มละลายอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ค้ำประกันและผู้จำนอง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้แสดงความกังวลว่า การคุ้มครองผู้ค้ำประกันและลูกหนี้ โดยเพิ่มความเสี่ยงให้เจ้าหนี้มากขึ้นแทนนั้น อาจส่งผลให้สถาบันการเงินยิ่งเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังเชื่องช้า และปัญหาหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง







