
ชู บูติก รองเท้าแฟชั่น เพื่อสุขภาพ
ด้วยความเป็นนักกายภาพบำบัด ซันดีป แซลลี ชาวสิงคโปร์ มักให้ความสำคัญกับการเลือกรองเท้าให้เหมาะกับสภาพของเท้าเสมอ เพื่อรักษาให้เท้ามีสุขภาพดีตลอด
ด้วยความเป็นนักกายภาพบำบัด ซันดีป แซลลี ชาวสิงคโปร์ มักให้ความสำคัญกับการเลือกรองเท้าให้เหมาะกับสภาพของเท้าเสมอ เพื่อรักษาให้เท้ามีสุขภาพดีตลอด
อย่างไรก็ดี เจ้าตัวกลับพบว่าคนส่วนใหญ่กลับให้ความสนใจในการเลือกรองเท้าเพราะความสวยงามเท่านั้น โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการรองรับเท้า ซึ่งถือเป็นส่วนที่สำคัญของร่างกายมนุษย์
“ร่างกายมนุษย์มีรูปร่างและการเลือกเสื้อผ้าก็เพื่อให้เหมาะกับรูปร่าง เท้าของคนเราก็เช่นกันมีทั้งรูปร่างและส่วนโค้ง และต้องการการผ่อนคลายจากความตึงเครียด” แซลลี กล่าว
และความสงสัยเล็กๆ ดังกล่าว ก็กลายเป็นการจุดประเด็นให้เกิด โซเลส ธุรกิจทำรองเท้าที่ช่วยให้คนทั่วไปหารองเท้าซึ่งใส่ได้สบายและรองรับอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันก็มีรูปแบบที่สวยงาม สวมใส่ได้ตามแฟชั่น ภายใต้แบรนด์ “ชู บูติก”
ก่อนหน้าที่จะหันมาจับธุรกิจอย่างจริงจัง แซลลีทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลตัน ตอก เส็ง (ทีทีเอสเอช) ทั้งนี้เมื่อทำงานอยู่ที่ทีทีเอสเอชได้ใหม่ๆ แซลลีมักพูดเล่นๆ เสมอว่า เจ้าตัวอยากทำรองเท้าเพื่อสุขภาพและมีรูปร่างสวยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี แซลลีก็ยังคงทำงานที่ทีทีเอสเอชต่อมาอีก 10 ปี จนกระทั่งเจ้าของธุรกิจรองเท้าได้มีโอกาสคุยกับอดีตเพื่อนร่วมงานอีกครั้ง ซึ่งถามเกี่ยวกับร้านรองเท้าในฝัน จึงทำให้แซลลีระลึกถึงความฝันเมื่อครั้งแรกเข้าทำงานได้
“ผมฝันที่จะมีร้านขายรองเท้าเล็กๆ ที่ลูกค้าจะมาเพื่อสนุกกับการใส่รองเท้า จะมีการเสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้า ขณะที่พนักงานช่วยลูกค้าลองรองเท้าใหม่ และเพลงบรรเลงเป็นฉากหลัง”
แซลลี ระบุ
เจ้าของธุรกิจรองเท้าจึงเริ่มต้นธุรกิจครั้งแรกที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ในมาเลเซีย เนื่องจากมีต้นทุนการทำธุรกิจถูกกว่าในสิงคโปร์มาก โดยแซลลีเดินทางระหว่างสิงคโปร์กับมาเลเซียโดยตลอด โดยใช้เวลาที่กัวลาลัมเปอร์ 5 วัน และที่สิงคโปร์อีก 2 วัน
ธุรกิจเติบโตมาได้ซักระยะจนกระทั่งพบว่าธุรกิจเริ่มเติบโตช้าลง แซลลีจึงพยายามหาสาเหตุอยู่นาน จนกระทั่งพบว่า เพราะธุรกิจแห่งนี้ขายเฉพาะรองเท้าผู้ชายเท่านั้นทำให้ตลาดไม่เปิดกว้าง
เท่าที่ควร
“จริงอยู่ที่ตลาดเครื่องแต่งกายชายนั้นแพงกว่าผู้หญิง และผู้ชายก็พร้อมจะจ่ายแพงกว่าผู้หญิง อย่างไรก็ตามผู้ชายจะซื้อรองเท้าแค่ 2-3 คู่/ปี เท่านั้น ขณะที่ผู้หญิงซื้อรองเท้าเป็น 10 คู่” แซลลี เล่าถึงตลาดเครื่องแต่งกายผู้หญิง
เมื่อถามว่าต้องการพัฒนาธุรกิจไปในแนวไหน เจ้าของธุรกิจรองเท้าก็ตอบว่า เจ้าตัวอยากพัฒนารองเท้าที่ใส่สบายและทนทาน เนื่องจากแต่ละคนมีขนาดเท้าที่ต่างกัน โดยปัจจุบันโซเลสกำลังขอให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในการวิจัยและพัฒนา
แซลลี เชื่อว่า ไอเดียทางธุรกิจนี้สามารถขายได้อย่างแน่นอน แต่เจ้าตัวยังคงยืนยันการพึ่งตนเองเท่านั้น โดยไม่หวังให้ใครยื่นมือเข้ามาช่วย
พร้อมกันนี้ ยังระบุทิ้งท้ายด้วยว่า แม้รัฐบาลจะสามารถให้ทุนสนับสนุนได้ แต่ก็ไม่สามารถช่วยในการเริ่มความคิดใหม่ๆ ได้







