
ทหารไทยเดินหน้า ลดต้นทุนดันกำไร
ทหารไทยตั้งเป้ากำไรปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท เน้นลดต้นทุนต่อรายได้ให้ได้ 40% เท่าระบบแบงก์
ทหารไทยตั้งเป้ากำไรปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท เน้นลดต้นทุนต่อรายได้ให้ได้ 40% เท่าระบบแบงก์
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ปี 2558 ธนาคารตั้งเป้ากำไรสุทธิมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท หลังจากปี 2557 ทำกำไรได้ถึง 9,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% จากปีก่อนหน้า ขณะที่เป้าหมายอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ในปี 2558 จะเป็น 15% จากปีนี้อยู่ที่ 14.7% เกินกว่าเป้าที่วางไว้ที่ระดับ 14%
ทั้งนี้ ทิศทางการดำเนินงานยังคงมุ่งเน้นการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมให้มากขึ้น เพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมเป็น 25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% พร้อมมุ่งเน้นลดต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income) ลงจากระดับ 52% ให้เหลือ 40% เท่ากับค่าเฉลี่ยในระบบธนาคารพาณิชย์ภายใน 3 ปี จึงเป็นความท้าทายของธนาคารที่จะสร้างรายได้ภายใต้ต้นทุนที่ต้องลดลง
สำหรับสินเชื่อในปี 2558 ตั้งเป้าเติบโต 8-10% จากสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และสินเชื่อรายย่อยเป็นหลัก ส่วนเงินฝากขยายตัว 8-10% โดยมีเป้าหมายเพิ่มบัญชีเงินฝากชุดเพื่อใช้ คือ โนฟี และฟรีโฟลว์ อีก 1 ล้านบัญชี ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะบริหารจัดการให้ต่ำกว่า 2.8% จากสิ้นปี 2557 เอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.85%
นายไตรรงค์ บุตรากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า สินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้จะเน้นกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และรับเหมาก่อสร้างที่ได้อานิสงส์จากโครงการลงทุนภาครัฐ โดยจะจูงใจลูกค้าเดิมให้ใช้บริการสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากลูกค้าเอสเอ็มอีที่มีประมาณ 2 แสนราย ใช้สินเชื่อเพียง 8 หมื่นรายเท่านั้น อีก 1.2 แสนราย ใช้บริการเดินบัญชีเพื่อธุรกิจ นอกจากนี้จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเอสเอ็มอีที่มีปัญหาสภาพคล่องโดยเฉพาะ และปรับขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็วขึ้น
ด้าน นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า การเพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจาก 20% เป็น 25% มีความเป็นไปได้ แม้จะไม่มีสายงานวาณิชธนกิจ เนื่องจากธนาคารมองว่าธุรกิจวาณิชธนกิจมีรายได้วูบวาบขึ้นอยู่กับดีล ไม่เหมือนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมทางการเงินที่มีต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมาสินเชื่อรายใหญ่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สินเชื่อรวมของธนาคารเติบโต เนื่องจากลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวมีเป้าหมายบริหารพอร์ตสินเชื่อทั้งรายใหญ่ เอสเอ็มอี และรายย่อย เฉลี่ยให้เท่ากันคือ 1 ใน 3 ของสินเชื่อรวม จากปัจจุบันมีสัดส่วนสินเชื่อรายใหญ่ 45% สินเชื่อเอสเอ็มอี 36% และสินเชื่อรายย่อย 18% เพื่อสร้างรายได้เติบโตที่ยั่งยืน







