
ทีเอชเอเผยกฎกระทรวงเอื้อโรงแรมเล็กเข้าระบบกว่าแสนห้อง
ทีเอชเอชี้รัฐคลอดกฏกระทรวงเอื้อโรงแรมขนาดเล็กเข้าระบบได้กว่า 1 แสนห้อง เชื่อพยุงโครงสร้างราคากระเตื้อง
ทีเอชเอชี้รัฐคลอดกฏกระทรวงเอื้อโรงแรมขนาดเล็กเข้าระบบได้กว่า 1 แสนห้อง เชื่อพยุงโครงสร้างราคากระเตื้อง
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคม โรงแรมไทย ในฐานะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 26 ประจำปีการศึกษา พ.ศ. 2556-2557 เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านความเห็นชอบออกกฎกะทรวงผ่อนผันให้อาคารประเภทอื่นมาใช้ประกอบธุรกิจ เพื่อลดหย่อนกฎระเบียบเอื้อให้โรงแรมขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าสู่หลักเกณฑ์ที่ถูกต้องและได้รับใบอนุญาตประกอบการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เชื่อว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้า จะมีโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการอย่างถูกต้องตามกฏหมายทั่วประเทศไทยอีกว่า 1 แสนห้อง
ทั้งนี้การการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ต้องดำเนินการควบคู่กับการปราบปรามโรงแรมที่ตั้งใจหลีกเลี่ยง เพื่อที่จะเข้าสู่ระบบอย่างแท้จริง เพื่อป้องกันและปราบปรามให้โรงแรมผิดกฎหมายลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและโครงสร้างราคาห้องพักในอนาคตไม่ถูกตัดราคาเหมือนที่ผ่านมา
นายบัณฑูร นิริศรางกูล หัวหน้ากลุ่มมาตรฐานและระเบียบกฏหมายส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 3 กรมการปกครอง กล่าวว่า ปัจจุบันโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาต จำนวน 7,364 โรงแรม ราว 3.6 แสนห้อง จากโรงแรมทั้งหมดที่มีประมาณ 1.2 หมื่นโรงแรม เป็นโรงแรมเถื่อน 5,000 โรงแรม ทั่วประเทศ เมื่อปี 2552 ครม.ประกาศให้กระทรวงมหาดไทยเอาจริงกับการแก้ปัญหาโรงแรมที่ผิดกฏหมาย พร้อมๆกับรัฐบาลประกาศนโยบายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็น 2 ล้านล้านบาท หากมหาดไทยปราบปรามอย่างหนัก เชื่อว่าเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาทไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะโรงแรมที่ถูกกฏหมายมีไม่เพียงพอรองรับการท่องเที่ยวที่ขยายตัวในจำนวนมากๆ จึงต้องอาศัยโรงแรมและห้องพักที่ผิดกฏหมาย เพื่อทำให้เป้าหมายของรัฐบาลเป็นไปตามที่รัฐบาลต้องการ
"หากกฏกระทรวงว่าด้วยการกำหนดประเภทและหลักเกณท์การประกอบธุรกิจโรงแรมพ.ศ....ใช้ได้อย่างเป็นทางการ เชื่อว่า มหาดไทยจะสามารถแก้ปัญหาโรงแรมเถื่อนให้ลดลงประมาณ 50-70% แต่ต้องยอมรับว่าหลังประกาศใช้กฏกระทรวงแล้ว ต้องให้เวลาปรับตัวการใช้กฎหมายอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ปรับตัวเข้าสู่ระบบ"นายบัณฑูร กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับบทวิจัยแนวทางการแก้ปัญหาการประกอบกิจการโรงแรมผิดกฎหมาย เพื่อความมั่นคงของอุตสาหกรรมการ ระบุว่า การวิจัยกำหนดพื้นที่การศึกษา 6 แหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ คือ กรุงเทพ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และ หัวหิน ชะอำ โดยใช้ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์อโกด้า ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายห้องพักและบริการโรงแรมในประเทศ มีการนำเสนอขายห้องพักของโรงแรมและที่พักพบมีโรงแรมที่ผิดกฏหมายและไม่มีใบอนุญาตจำนวน 4,876 โรงแรมจำนวนห้อง 1.68 แสนห้อง มีใบอนุญาต จำนวน 976 โรงแรม จำนวน 1.28 แสนห้อง ห้อง จากทั้งหมด 5,852 โรงแรม จำนวน 2.97 แสนห้อง
ทั้งนี้โรงแรมใน 6 เมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการปกครองไว้ทั่วประเทศ 2,299 โรงแรม ห้องพัก 2.03 แสนห้อง ระบุได้ว่าประเทศไทยมีโรงแรมที่ผิดกฏหมายและไม่มีใบอนุญาตจำนวนมากเกิน 100% ของที่ขึ้นทะเบียน ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค.2557 โรงแรมในประเทศไทยที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมายจำนวน 7,364 โรงแรม จำนวนห้องพัก 3.6 แสนห้อง
สำหรับจังหวัดที่อโกด้าระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีโรงแรมและห้องพักที่ผิดกฏหมายและไม่มีใบอนุญาตมากที่สุดอันดับ 1 คือ กรุงเทพและปริมณทล มีโรงแรมผิดกฏหมาย 1,268 โรงแรม 5.8 หมื่นห้อง รองลงมาคือ ภูเก็ต มีจำนวน 1,260 โรงแรม 4 หมื่นห้อง พัทยามี 847 โรงแรม 3.4 หมื่น ห้อง เชียงใหม่ 676 โรงแรม จำนวน 1.5 หมื่นห้อง สุราษฎร์ฯ จำวน 495 โรงแรม 1.4 หมื่นห้อง และหัวหินและชะอำ มีจำนวน 330 โรงแรมจำนวน 4,739 ห้อง
"โรงแรมผิดกฏหมาย ส่งผลให้ไทยไม่สามารถยกระดับธุรกิจโรงแรมไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและราคาสูงได้ เห็นได้ว่าราคาห้องพักของไทยมีราคาต้ำที่สุดในอาเซียน ทั้งๆที่มีบริการที่ดีกว่า โดยรัฐบาลต้องปราบปราม และเร่งรัดให้โรงแรมและห้องพักที่ผิดกฏหมาย เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย"นายสุรพงษ์ กล่าว







