
ป๊อปคอร์น ‘โจ-เซฟ’ แปลกใหม่ด้วยรสชาติ
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
หนึ่งในขนมขบเคี้ยวที่ยังคงความนิยมจนมีผู้ผลิตขายจำนวนมากก็คือ ข้าวโพดคั่ว (ป๊อปคอร์น) โดยกิจการป๊อปคอร์นของโจเซฟ โซเฟอร์และครอบครัว นับเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้ามาแข่งขันในตลาดป๊อปคอร์นอังกฤษที่กำลังบูมในขณะนี้
ป๊อปคอร์น “โจ-เซฟ” เริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายที่ครัวของบ้าน เมื่อโจทำข้าวโพดคั่วให้กับเพื่อนฝูงที่มานั่งเล่นที่บ้าน โดยปรุงรสชาติขึ้นมาใหม่ เช่น รสพริกกับมะพร้าว ซึ่งหลังจากได้รับคำชื่นชม โจก็เกิดปิ๊งไอเดียว่ารสชาติข้าวโพดคั่วที่แหวกแนวของตนเองสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจได้ไม่ยาก
ความคิดดังกล่าวได้รับการยืนยันด้วยยอดขายข้าวโพดคั่ว “โจ-เซฟ” ในปัจจุบันที่มีวางขายทั่วไปตามท้องตลาด รวมถึงบนชั้นของเครือซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในอังกฤษอย่างเว็ทโรส โฮล์วฟู้ดส์ และแฮร์รอดส์ ไปจนถึงโรงภาพยนตร์ชุมชน โรงละคร และโรงแรม รวมแล้วกว่า 1,000 แห่ง
ขณะนี้กิจการแห่งนี้ต้องจ้างพ่อครัวเพื่อมาปรุงข้าวโพดคั่วให้ได้วันละ 500 กิโลกรัม โดยสามารถทำรายได้ตลอดทั้งปี 2014 ที่ผ่านมาที่ 2 ล้านปอนด์ พร้อมคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตปัจจุบันจะทำรายได้ให้โจเซฟได้ถึง 4 ล้านปอนด์ในปีนี้
“ป๊อปคอร์นของเราเริ่มต้นเดือน พ.ย. ปี 2010 ด้วย 6 รสชาติตามสูตรที่พ่อผมปรุงกินเองอยู่ที่บ้านมาหลายปี พวกเราคิดว่าข้าวโพดคั่วของพ่ออร่อยและแปลกใหม่มาก” อดัมส์ ลูกชายของโจเซฟกล่าว
แน่นอนว่าความแปลกใหม่ไม่ได้ช่วยทำให้ครอบครัวโซเฟอร์มั่นใจจนถึงขั้นลงมือทำธุรกิจทันที โดยทั้งหมดตกลงใจที่จะทดสอบตลาด ด้วยการเข้าร่วมเทศกาลจัดแสดงอาหารบีบีซี (บีบีซี ฟู้ด โชว์) ในกรุงลอนดอน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคในตลาดคิดแบบเดียวกัน และความสำเร็จที่ได้รับทำให้ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ข้าวโพดคั่ว “โจ-เซฟ” ได้เซ็นสัญญากับห้างสรรพสินค้าชื่อดังของประเทศอย่างเซลฟ์ฟริดจ์ส
สำหรับจุดเด่นและจุดขายสำคัญของข้าวโพดคั่ว “โจ-เซฟ” ที่ทำให้เป็นที่รู้จักในตลาดป๊อปคอร์นก็คือรสชาติทีี่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และมีส่วนผสมที่ลงตัว ตั้งแต่รสพื้นฐานอย่างคาราเมลไปจนถึงพริกกับพริกไทยดำ จินและโทนิก หรือรสค็อกเทลอย่างมาร์การิตาและเตกีลา ซึ่งจะใช้ส่วนผสมของจริงทั้งหมด
“เราคิดว่าตลาดป๊อปคอร์นต้องการความตื่นเต้นแปลกใหม่ และเราก็เริ่มคิดว่าถ้าเราใส่ส่วนผสมจากธรรมชาติแท้ๆ ลงไปจะเกิดอะไรขึ้น เช่น รสชีสแพะและพริกไทยดำ เราก็ใช้ชีสแพะฝรั่งเศสแท้ หรืออย่างรสพายไส้เนื้อสับ เราก็ผสมลูกเกด เม็ดอัลมอนด์ และบรั่นดี เหมือนที่ทำไส้เนื้อสับลงไปด้วย” อดัมส์ อธิบายพร้อมเสริมว่ายังมีรสทอฟฟี่ แอปเปิ้ลและซินนามิน สะเต๊ะถั่วกับจินและโทนิก
ผลตอบรับเป็นไปเกินคาด การันตีด้วยรางวัลเกรทเทสต์ ซึ่งเทียบเท่ารางวัลออสการ์แห่งโลกอาหาร 15 รางวัล และยืนยันด้วยสาขาร้านโจ-เซฟ ที่มีถึง 42 แห่งทั่วอังกฤษ
กระนั้นเคล็ดลับความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่รสชาติเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน โดยแทนที่จะใช้น้ำมันร้อนในการทำข้าวโพดคั่ว โจ-เซฟ กลับใช้อุณหภูมิสูงแทน ซึ่งช่วยดึงดูดลูกค้าให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับน้ำหนักของตนเอง
ทั้งนี้ ผลสำเร็จในบ้านเกิดผลักดันให้ “โจ-เซฟ” ต่อยอดไปถึงการส่งออก ซึ่งขณะนี้ส่งออกแล้ว 15 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสหรัฐ บ้านเกิดป๊อปคอร์น โดยมีแผนขยายสู่ตลาดจีน ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง







